สตง.ร่วม FBI ปูพรม 36 จุดใน 4 จังหวัดทลายรังคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเหยื่อมะกันสูญ 3 พันล้าน

ภูมิภาค21 มี.ค. 2566 • 13:14 น.โดย ชัยยศ ผู้พัฒนพงษ์
สตง.ร่วม FBI ปูพรม 36 จุดใน 4 จังหวัดทลายรังคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเหยื่อมะกันสูญ 3 พันล้าน

วันที่ 21 มี.ค.66 พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.กัมพล ลี ลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร รอง ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และยูเอสซีเคร็ท เซอร์วิส ,สนธิกำลังกันเป็นชุดปฎิบัติการพิเศษเปิดปฎิบัติการทลายรังคอลเซ็นเตอร์ ปิดล้อมตรวจค้น 36 เป้าหมาย ในพื้นที่ จ.ชลบุรี จ.ระยอง,จ.สมุทรปราการ และ จ.ร้อยเอ็ด

จากการออกปฏิบัติการได้เข้ารตรวจค้นบ้านพัก เลขที่ 388/53  หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งบ้านดังกล่าวมีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวหนึ่งชั้น จากการตรวจสอบพบเอกสารหลักฐาน อาทิ สมุดบัญ ชีธนาคาร จำนวนมาก โทรศัพท์มือถือกว่า 10 เครื่อง รถยนต์ 4  อาวุธปืน 1 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน  พร้อมกันนี้ได้เชิญตัวเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นชายชาวอินเดีย พร้อมกับหญิงคนไทย 3 คนมาทำการสอบปากคำ

โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่าปฎิบัติการครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วย งานสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐอเมริกา หรือเอฟบีไอ และUnited States Secret Service ในการร่วม มือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกรณีนี้สืบเนื่องจากทั้งสองหน่วยงานของสหรัฐอเมริกาได้รับรายงานว่ามีผู้เสียหายซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศสหรัฐอเมริกาถูกขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ใช้อุบายหลอกเหยื่อโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ หลอกว่าธุรกรรมการเงินและเงินในบัญชีของเหยื่อมีความผิดปกติ รวม ทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด  ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตลอดระยะ เวลา 2 ปี พบมีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้ว 365 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจากแนวทางการสืบ สวนพบว่ามีการโอนเงินข้ามประเทศและใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่ตั้ง จึงได้นำข้อมูลสืบสวนหารือกับ สตง. จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว

ทั้งนี้ รองผบ.ตร.กล่าวว่าทั้งนี้ในส่วนของการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็น ถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ และเป็นนโยบายแห่งชาติที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญ และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มคนร้ายต่างชาติเข้ามาและใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนหรือเตรียมการในการกระทำความผิด อย่างไรก็ตามจะทำการขยายผลพร้อมประสานงานกับทางสำนักงาน ปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อทำการยึดทรัพย์ขบวนการนี้ต่อไป โดยจะมีการแถลงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(22มี.ค.)  ที่ บช.สอท.ต่อไป