เอกชนเชียงรายจ่อชงหอการค้าไทยเปิดด่านชายแดน หลังจีน-ลาว พัฒนาคมนาคมหนัก
นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการหอการค้า จ.เชียงราย ผ่านระบบออนไลน์เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งมีกำหนดจะเดินทางไปเยือนหอการค้าพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา และเชียงราย ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค.65 โดยในส่วนของ จ.เชียงราย จะไปเยือนวันที่ 19 ม.ค.65 โดยหารือกับหอการค้า จ.เชียงราย ในเขต อ.เมืองเชียงราย ก่อนเดินทางไปยังชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย ในวันเดียวกันต่อไป
โดยในการประชุมทางคณะกรรมการหอการค้า จ.เชียงราย ต่างมุ่งประเด็นไปยังเรื่องการพัฒนาการค้าชายแดน เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลยังคงมีการปิดพรมแดนตลอดแนวตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 และเปิดให้มีการขนส่งสินค้าเพียง 3 จุด คือที่สะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย ติดกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และที่ท่าเรือแม่น้ำโขงเชียงแสนแห่งที่ 2 และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 อ.เชียงของ กับแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ล่าสุดนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้เสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยได้เปิดจุดผ่อนปรนเพิ่มเติมอีกจำนวน 7 แห่ง และหอการค้า จ.เชียงราย เสนอให้เปิดสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 อ.แม่สาย แต่รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยยังไม่อนุญาตแต่อย่างใด ขณะที่การค้ายังคงเติบโตและมีการพัฒนาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก
รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการหอการค้า จ.เชียงราย ได้มีการหารือกรณีด่านพรมแดนอื่นๆที่เปิดอยู่แต่มีปัญหา เช่น ด่านพรมแดน อเชียงของ ซึ่งมีการส่งออกสินค้าประเภทผลไม้จากไทยจำนวนมากหลังจากทางการจีนและ สปป.ลาว ได้เปิดด่านโมฮาน-บ่อเต็น บนถนนอาร์สามเอตรงพรมแดนจีน-สปป.ลาว แต่ปรากฎว่าปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่ออกเอกสารอนุญาตส่งออกต้นกำเนิดผลไม้โดยเฉพาะทุเรียนมีอยู่ประจำด่านแค่ 1 คน ทำให้ต้องจอดรถขอใบอนุญาตกันนาน ส่วนการพัฒนาด่านพรมแดน อ.เชียงของ พบว่ากรณีมีการจัดตั้งศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเพื่อรองรับการนำเข้าและส่งออกนั้นปรากฎว่าไม่มีเอกชนรายใดประมูลใช้งาน เนื่องจากปัจจุบันมีศูนย์เปลี่ยนถ่ายใน สปป.ลาว ทั้งที่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ที่อยู่กับกันและที่เมืองบ่อเต็นและโมฮานของ สปป.ลาว และจีนต่างก็มีศูนย์เปลี่ยนถ่ายด้วยกันทั้งสิ้นแล้ว ฯลฯ ส่วนด่านพรมแดนทางบกที่เปิดทั้ง 2 จุด ก็มีปัญหาความแออัดดังกล่าวและด่านพรมแดนทางเรือแม่น้ำโขงก็ยังคงซบเซาเนื่องจากทางการจีนยังเปิดท่าเรือกวนเหล่ยซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านของจีน สปป.ลาว ปิดท่าเรือของตนตลอดแนว และล่าสุดชนกลุ่มน้อยในเมียนมาปิดท่าเรือสบหรวยอีกทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวกันอย่างหนัก ฯลฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการหอการค้าไทยที่จะไปเยือนให้พิจารณาต่อไป
น.ส.ผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย และประธานหอการค้า อ.แม่สาย กล่าวว่า สภาพของด่านพรมแดนสะพานลำน้ำสายแห่งที่ 2 เป็นไปด้วยความแออัดขณะที่ในเดือน ก.พ.นี้จะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวโพดในประเทศเมียนมาซึ่งจะทำให้มีรถขนสินค้าเพิ่มขึ้นวันละนับ 100 ลำ ขณะที่ในปัจุบันมีวันละประมาณ 40-50 คัน ซึ่งยังไม่รวมรถขนอาหารสดขนาดเล็กวันละกว่า 300 คัน ดังนั้นจึงกำลังรอการอนุญาตจากรัฐบาลในการเปิดสะพานแห่งที่ 1 ซึ่งภาคเอกชนได้หารือเบื้องต้นกับทางการท้องถิ่นเมียนมาแล้วพบว่าเห็นชอบด้วยและสะพานแห่งที่ 1 ก็จะมีมาตรการเข้มงวดเช่นเดียวกับสะพานแห่งที่ 2 โดยอนุญาตเฉพาะเพื่อการขนส่งสินค้าเท่านั้นต่อไป
"แม้จะมีการปิดพรมแดนแต่ในอนาคตประเทศไทยควรเตรียมตัวรองรับการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงให้มาก เพราะปัจจุบันทางการ สปป.ลาว กำลังมีโครงการถนนโทรเวย์เพื่อเป็นเส้นทางคู่ขนานกับถนนอาร์สามเอแต่จะไม่คดโค้ง โดยจะสร้างเป็นเส้นตรงคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในอนาคตต่อไป นอกจากนี้ทางจีนและ สปป.ลาว ยังสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงจากเมืองหล้า มณฑลยูนนาน จนถึงเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร คาดว่าอีก 3-4 เดือนแล้วเสร็จ รวมทั้งสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่ด่านปางมอน เมืองคอบ แขวงไชยะบุรี ซึ่งสามารถเชื่อมกับด่านบ้นฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยา สร้างเสร็จแล้วเพียงแต่รอการเปิดใช้งาน ฯลฯ ซึ่งพัฒนาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีการปิดพรมแดน"