ผู้เลี้ยงสุกรเมืองโอ่งไม่หวั่น หลังจังหวัดแจ้งเป็นเขตพื้นที่เสี่ยงต่อโรคอหิวาในหมู
วันที่ (25 กย.62) จากที่องค์การสุขภาพสัตว์โลก ได้รายงานการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งนับวันจะเพิ่มการระบาดมากขึ้น และประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของโรคอหิตวาห์แอฟริกาในสุกร เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ซากสัตว์ รวมถึงมีโอกาสที่เชื้อจะปนเปื้อนกับคนและอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสุกรที่ไม่ผ่านการปรุงสุก หากมีการระบาดเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโรคระบาดในสุกรที่มีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุกรทุกกลุ่มอายุ และในปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรค นอกจากนี้ทางกรมปศุสัตว์ยังมีผลจากการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ที่อาจจะเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งพบว่าจ.ราชบุรี ก็เป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงสุกรเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และมีพื้นที่ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการระบาดของโรค ทางจังหวัดราชบุรี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี โดยนายชยาวุธ จันทร ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 ให้จ.ราชบุรี เป็นเขตเฝ้าระวังโรคระบาด และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ เข้า ออก ผ่านหรือภายในเขตเฝ้าระวังโรคระบาด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น ในทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกร
ด้านนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่ครอบครัวมีธุรกิจเรื่องของการเลี้ยง และส่งขายสุกร ก็บอกว่าจากเมื่อวันที่ 24 กันยายน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเรื่องการขนย้ายสุกรในจังหวัดราชบุรี ในส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วสุกรหรือหมูในจังหวัดราชบุรีเป็นฟาร์มมาตรฐาน ซึ่งการขนย้ายทุกครั้งจะมีใบอนุญาต เราจะจำหน่ายออกไปก็ต้องมีใบอนุญาต หรือจะนำเข้ามาก็ต้องมีใบอนุญาต ทุกอย่างเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ผู้ว่าฯเป็นห่วงเรื่องจังหวัดราชบุรีเราติดกับชายแดน
แต่ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจมาก เพราะว่าทุกๆฟาร์มในขณะนี้ก็ได้เตรียมการป้องกันและเตรียมพร้อมเกี่ยวกับโรค AFF นี้แล้ว มีเครื่องมือพร้อมและเจ้าหน้าที่ทุกคนได้รับการอบรมทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่เรื่องที่ท่านผู้ว่าฯเป็นห่วงเพราะว่าจังหวัดราชบุรีของเรามีประชากรหมูเป็นอย่างมาก แทบจะเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเลย ซึ่งจะเป็นเศรษฐกิจที่จะต้องช่วยกันดูแล เพราะว่าถ้าธุรกิจตรงนี้มีปัญหาอะไรขึ้นมา จะโยงไปถึงเกษตรกรเกี่ยวกับพืชไร่ด้วย ไม่มีอะไรหนักใจสำหรับเรื่องสุกรเพราะว่ามีการป้องกันในทุกเรื่องเรียบร้อยดี การเคลื่อนย้ายเราตามปกติที่ผ่านมาหลายๆปีมานี้ เรามีการขอใบอนุญาตทุกครั้ง ในการขนย้ายว่าเราจะนำหมูจากประเทศไหนจากที่ไหนเข้ามาสู่ฟาร์มต่างๆ หรือเราจะจำหน่ายไปที่ไหนก็มีใบอนุญาตทุกครั้งก่อนที่ออกจากฟาร์มจากโรงงาน