จี้จังหวัดแก้ปัญหาไฟป่าด่วน
ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเครือข่ายภาคประชาชน ยื่นข้อสรุปเสนอแนวทางการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วยเพิ่ม 10 เท่า
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 เวลา 11.00 น. นางสาวชนเขต บุญญขันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเครือข่ายภาคประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์และเครือข่ายสาธารณสุขในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เข้ายื่นข้อสรุปจากการระดมความคิดเห็นในการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ต่อนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ทางจังหวัดนำไปพิจารณาดำเนินการตามมุมมองของภาคเอกชน ที่เล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะหาทางออกร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และต้องการสะท้อนเสียงของคนแม่ฮ่องสอนให้รัฐบาลได้รับรู้ ถึงภาวะที่ประชาชนต้องอดทนต่อภาวะเสี่ยงภัยจากการเกิดไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงยอมจำนนต่อความถดถอยของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบในทุกปีอย่างไม่มีทางเลือก
นางสาวชนเขต บุญญขันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า “ จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับผลกระทบจากหมอกควันไฟป่ามาเป็นระยะเวลานานหลายปี ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้ที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ผู้สูงอายุ หรือประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงประสบภาวะความเจ็บป่วยจากโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลแต่ละแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องเสียงบประมาณในการรักษาผู้ป่วยเป็นเงินจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อภาคสังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ดังนั้นเครือข่ายภาคเอกชน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จำนวนกว่า 120 คนจึงได้ระดมความคิดเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้เบาบางและลดการเจ็บป่วยจากผลกระทบดังกล่าวลง
ทั้งนี้ในการนำเสนอแนวทางการแก้ไขไฟป่าและหมอกควันจากการระดมความคิดเห็นของภาคประชาชน ได้นำเสนอต่อทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีด้วยกัน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้นคือระยะเผชิญเหตุ มีข้อเสนอให้ดำเนินการทั้งหมด 15ข้อ โดยหัวข้อต้นเรื่องที่ให้ดำเนินการคือการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนให้ทราบถึงผลร้ายมลพิษเมื่อเกินมาตรฐาน และการปรับวิธีการแจ้งเตือนปริมาณค่า pm 2.5 ให้เข้าถึงง่ายเพื่อให้ชุมชนชาวบ้านได้เข้าใจและเข้ากับบริบทของพื้นที่
รวมถึงหน่วยงานส่วนกลางที่เกี่ยวข้องต้องมีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนเพื่อเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ในภาวะวิกฤติได้ ตลอดจนขอความร่วมมือภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม ไม่สนับสนุนเมนูที่มีผลพวงจากการเผาป่า เช่นเมนูเห็ดเผาะ ผักหวานป่า ไข่มดแดง เป็นต้น ส่วนระยะกลางเป็นฟื้นฟู เสนอให้ดำเนินการ 8 ข้อ อันดับแรก ๆ ให้มีการจัดหลักสูตรท้องถิ่นด้านหมอกควัน-ไฟป่า บรรจุในการศึกษาวิชาพิเศษของพื้นที่ เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจทุกระดับชั้นการศึกษา การเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพแก่ชุมชน โดยเฉพาะโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของหมอกควัน รวมถึงการผลักดันกฏหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานที่นายจ้างต้องทราบและถือปฏิบัติ และระยะยาวเป็นการพัฒนาในอนาคต มีข้อเสนอ 4 ข้อ อาทิ ให้มีการผลักดันเรื่องหมอกควันเป็นวาระแห่งชาติ มีการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างท้องถิ่นของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงมาตรการควบคุมบริษัทในประเทศไทยที่ไปลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านในธุรกิจถ่ายหิน เหมืองแร่ในการบริหารจัดการและร่วมดูแลการเผาไหม้ในพื้นที่ หมอกควันต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ เป็นต้น
นายแพทย์พงษ์พจน์ ธีรานันตชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสังวาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลทุกแห่ง แจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนไปแล้วจำนวน 27,000 ชิ้น
ซึ่งทางส่วนกลางจะส่งมาเพิ่มให้อีก 10,000 ชิ้น เพื่อแจกจ่ายเพิ่ม ขณะที่ในท้องตลาดแม่ฮ่องสอนหน้ากากอนามัยขาดตลาด ในปีต่อไปทางจังหวัดควรจัดตั้งงบเพื่อซื้อหน้ากากอนามัยให้แก่ประชาชน ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควันเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นจากเดิม 10 เท่า ผู้ป่วยโรคตาเพิ่ม 9 เท่า ผู้ป่วยโรคผิวหนังและ หลอดเลือด เพิ่มขึ้น 5 เท่า
นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า “ การเกิดไฟป่าในพื้นที่ทางจังหวัดสามารถควบคุมได้ในระดับเกณฑ์ที่ดี เพราะมีการสั่งการเพิ่มโดยตลอด วางมาตรการทั้งจับกุม ห้ามเข้าป่าในบางพื้นที่ และตั้งด่านตรวจค้น ซึ่งถ้าเทียบกับปีที่แล้วไฟป่าลดลง แต่ที่ควบคุมไม่ได้คือหมอกควัน เพราะอากาศไม่ถ่ายเท จึงมีการสะสมเพิ่มในแต่ละวัน โดยทางจังหวัดพยายามฉีดน้ำเพื่อสลายหมอกควันกันอย่างเต็มที่เช่นกัน.