พาณิชย์บุรีรัมย์-สาขาชั่งตวงวัด เขต 2-5 สุรินทร์ ลุยตรวจโรงสีข้าว ป้องกันเอาเปรียบชาวนา

ภูมิภาค10 พ.ย. 2564 • 12:35 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน
พาณิชย์บุรีรัมย์-สาขาชั่งตวงวัด เขต 2-5 สุรินทร์ ลุยตรวจโรงสีข้าว ป้องกันเอาเปรียบชาวนา
พาณิชย์ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด เขต 2 – 5 สุรินทร์ ลุยตรวจเครื่องวัดความชื้น และเครื่องชั่งน้ำหนัก โรงสีข้าว พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการปิดป้ายราคาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันเอาเปรียบเกษตรกร แนะเกษตรกรอย่าเร่งนำข้าวสดที่มีความชื้นสูงออกขาย ควรตากให้แห้งได้ราคาสูงขึ้น วันนี้ (10 พ.ย.64) นายสุทธิศักดิ์ พรหมบุตร พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ นายทัศนัย สายแสงจันทร์ หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด เขต 2-5 สุรินทร์ และนายจักรพล จงใจภักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจติดตามสถานการณ์การรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกร เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรที่นำข้าวเปลือกเกี่ยวสดไปจำหน่าย ทั้งเครื่องชั่ง ตวง วัด การแสดงราคารับซื้อ ที่โรงสี ท่าข้าว จุดรับซื้อสินค้าเกษตรพื้นที่อำเภอหนองกี่ โดยเน้นตรวจคุณภาพเครื่องชั่งตรวจวัด และเครื่องชั่งน้ำหนัก ซึ่งต้องได้รับการตรวจรับรองมาตรฐานจาก สำนักงานสาขาชั่งตวงวัด เขต 2 – 5 สุรินทร์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงสีให้ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวให้ชัดเจน และให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 62 พ.ศ.2564 เรื่อง การแสดงราคารับซื้อสินค้าเกษตร เพื่อป้องกันการเอาเปรียบชาวนา ที่นำข้าวเปลือกนาปีมาขาย เนื่องจากช่วงนี้ข้าวเปลือกมีราคาค่อนข้างสูงจึงต้องมีการออกตรวจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวนา จากการตรวจสอบเครื่องชั่งรถยนต์ 6 ราย 6 เครื่อง ถูก 5 เครื่อง ผิด 1 เครื่อง (สิ้นอายุคำรับรอง ดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับ ขณะที่ ราคารับซื้อข้าวเปลือก ที่ตรวจสอบในวันนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้น 25 % ขึ้นไป ราคาตันละ 8,500 บาท (ไม่หักน้ำหนัก) ข้าวแห้งความชื้นไม่เกิน 15% ตันละ 10,300 บาท (%ต้นข้าว 42 กรัม)และจากการตรวจสอบ เครื่องชั่ง 1 เครื่อง เครื่องวัดความชื้น 4 เครื่อง ถูกต้องครบถ้วน การปิดป้ายแสดงราคาถูกต้องตามประกาศ และไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ ยังได้กำชับผู้ประกอบการทุกแห่ง ให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ชั่ง ตวง วัด พ.ศ.2542 โดยเคร่งครัด เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำหรับสถานการณ์การเก็บเกี่ยวข้าวของเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนี้ เก็บเกี่ยวแล้ว 12% ของพื้นที่เก็บเกี่ยว 2,804,158 ไร่ คาดการณ์ว่าภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 จะเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น และจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการตากข้าวเพื่อเก็บไว้เข้าโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ปีการผลิต 2564/65 กับ ธกส. และรอเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2564/65 มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงนี้ก่อน เพื่อรอราคาซื้อขายข้าวเปลือกขยับเพิ่มเติม นายสุทธิศักดิ์ กล่าวว่า ได้นำเจ้าหน้าที่ออตรวจโรงสี ท่าข้าว และจุดรับซื้อสินค้าเกษตร เพื่อให้มีการรับซื้อขายในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งได้แนะนำให้เกษตรกรตากข้าวให้แห้งเพื่อลดความชื้น ก่อนจะนำไปขายตามโรงสีข้าวต่างๆ จะได้ราคาที่สูงและไม่ถูกหักความชื้น