สาวถูกจับก้นในโบสถ์เข้าแจ้งความ

ภูมิภาค10 ก.ค. 2562 • 13:46 น.
สาวถูกจับก้นในโบสถ์เข้าแจ้งความ
คดีหญิงสาวถูกจับก้นในวัดดังหาดใหญ่ยังวุ่นไม่จบหญิงสาวรายนี้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดและเพจข่าวท้องถิ่นในอ.หาดใหญ่ ที่ให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายและนำเสนอข่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาท จากที่เป็นผู้ถูกกระทำและออกมาเตือนภัยสังคมให้ตำรวจจับคนร้ายแต่กลายเป็นฝ่ายถูกจับผิดแทน คดีหญิงสาวถูกชายหนุ่มขยำก้นในโบสถ์วัดศรีสว่างวงศ์หรือวัดเกาะเสือ ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยังไม่จบและทำท่าจะอลวนวุ่นวานเป็นหนังเรื่องยาวต่อไปอีก เพราะหลังจากที่เมื่อวานนี้หญิงสาวคนนี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือและครูที่นำภาพหญิงคนหนึ่งที่นุ่งสั้นไปนั่งไหว้พระในโบสถ์มาโพสผ่านโซเชียลซึ่งเธอระบุว่าเป็นตัวเธอ ในขณะที่เจ้าอาวาสได้ออกมาตอบโต้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของหญิงสาวคนนี้ที่นุ่งสั้นห่มสั้นเข้าวัดและเคยตักเตือนแล้วแต่กลับตอบกลับว่าพระยิ่งเตือนก็ยิ่งชอบ ล่าสุดหญิงสาวคนนี้ก็ได้ไปแจ้งความที่สภ.หาดใหญ่ อีกรอบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พระครูปลัดภูวนัย สุเมธโส เจ้าอาวาสวัดศรีสว่างวงศ์ ที่พูดใส่ร้ายตน และเพจข่าวท้องถิ่นในอ.หาดใหญ่ เพจหนึ่งที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงในลักษณะหมิ่นประมาท หญิงสาวคนนี้ บอกว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ตนต้องการออกมาช่วยเหลือสังคมให้ตำรวจจับกุมชายโรคจิตคนนี้ที่ก่อเหตุขยำก้นเธอในวัดเพื่อไม่ให้ไปก่อนเหตุกับลูกหลานใครอีก และไม่เคยพูดจาให้ร้ายวัดเกาะเสือและวัดก็ไม่ได้ผิดอะไร หรือเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เพียงแค่เหตุเกิดที่วัดเกาะเสือเท่านั้น แต่เมื่อวานนี้กลับกลายเป็นว่าเจ้าอาวาสนำภาพขณะตนนุ่งสั้นมาโพสต์และให้สัมภาษณ์ในลักษณะใส่ร้ายตนว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนุ่งสั้นมาวัดทำให้เป็นสาเหตุให้ถูกขยำก้น และเคยตักเตือนตนหลายครั้ง ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เคยมีเจ้าอาวาสหรือพระองค์ไหนในวัดมาเตือนและก็ไม่เคยไม่พูดคุยหรือยุ่งเกี่ยวกับพระเพียงแค่มาสวดมนต์ขอพระในโบสถ์เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าตนกลายเป็นจำเลยสังคมทำให้วัดเสียหายและถูกเจ้าอาวาสตำหนิ แทนที่จะมาช่วยกันจับตัวคนร้ายแต่กลับมาโทษเธอคนเดียว ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวัดหรือพระในวัดเลย ส่วนเพจเพจหนึ่งในอ.หาดใหญ่ ที่นำบทสัมภาษณ์เจ้าอาวาสไปลงจนตนเองกลายเป็นฝ่ายผิด และตกเป็นจำเลยสังคมทั้งๆที่เป็นผู้ถูกกระทำ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความอีกครั้งเพื่อให้ดำเนินกับทั้งเจ้าอาวาสวัดเกาะเสือและเพจที่เสนอข่าวบิดเบือน จนทำให้เธอเสียหาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และพรบ.คอมพิวเตอร์ด้วย หญิงสาวคนนี้ยังบอกอีกว่า ที่ออกมาเพื่อต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองเพราะเธอเป็นผู้ถูกกระทำและนำเรื่องที่เป็นภัยสังคมออกมาเตือน ไม่ได้จะหาเรื่องกับพระหรือทำให้วัดเสียหาย แต่กลับกลายเป็นว่าตนถูกพระจับผิด แทนที่จะมาช่วยกันแก้ปัญหาสังคมจับโจรโรคจิตเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีก นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา