ชาวระนองร่วมพิธีลุยไฟศักดิ์สิทธิ์
ค่ำคืนที่ 2 ของเทศกาลถือศิลกินผัก จังหวัดระนอง มีการประทับทรง การเชิดมังกรทอง ล่อแก้ว การข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ และลุยไฟ ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจ ของนักท่องเที่ยวและชาวระนอง ที่มาร่วมพิธี
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 เวลา 21.00 น. ช่วงค่ำคืนที่ 2 ของเทศกาลถือศิลกินผัก จังหวัดระนอง ที่ลานเอนกประสงค์เทศบาลเมืองระนอง ชมรมอ๊ามจังหวัดระนองและโรงพระเฮียนเทียนส่องเต่ บางนอนใน ได้เริ่มมีการอัญเชิญเหล่าเทพเจ้ามาประทับร่างม้าทรง เพื่อเป็นผู้มาประกอบพิธีกรรมสำคัญ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง และการเชิดมังกรทอง ล่อแก้ว ท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจ ของนักท่องเที่ยวและชาวระนอง
พร้อมประกอบพิธีโก้ยห่าน หรือข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ เพื่อชำระล้างสิ่งอัปมงคลออกจากร่างกายและจิตใจ ทำให้ผู้มาร่วมพิธีรู้สึกว่ามีจิตใจผ่องใสปราศจากทุกข์โศก และสิ่งชั่วร้ายใดๆ และต่อด้วยพิธีโก้ยโห้ย หรือพิธีลุยไฟศักดิ์สิทธิ์ โดยมีการก่อกองไฟ ขึ้นบนลานทรายที่เตรียมไว้ใช้ประกอบพิธี จากนั้นมีการตัดยอดกองไฟที่กำลังลุกโชนพร้อมปรับให้เถ้าถ่านที่ลุกไหม้กระจายบนพื้นทราย จากนั้น บรรดาม้าทรงองค์เทพต่างๆ ได้เดินนำลุยไฟ พร้อมเปิดให้พี่น้องชาวระนอง ที่ถือศิลกินผักอย่างเคร่งครัด และมั่นใจว่าตัวเองสะอาด ทั้งกาย วาจา และใจได้เดินลุยไฟไม่ว่าทั้งหญิงหรือชาย ก็สามารถเดินลุยไฟได้ โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือมีบาดแผลพุพองจากรอยไฟไหม้แต่อย่างใด
นายฉัตรชัย นิลวิเชียร ประธานชมรมอ๊ามจังหวัดระนอง กล่าวว่า วันนี้เป็นวันเก้าโง้ยโช้ยก้าว เดือนเก้าสองค่ำตามปฎิทินจีน และเป็นค่ำคืนที่สองของเทศกาลกินผักจังหวัดระนอง โดยมีโรงพระเฮียนเทียนส่องเต่ บางนอนใน 1 ใน 22 ชมรมอ๊ามจังหวัดระนอง เป็นผู้ประกอบพิธีโก้ห่าน และ โก้ยโห้ย เป็นพิธีสะเดาะเคราะห์ ซึ่งผู้มาร่วมพิธีที่ผ่าร้อนผ่านหนาวมาตลอด 365 วัน อาจะมีเรื่องราวไม่ดี วันนี้หากมีเคร์มีโศกมีโชคมีร้าย ก็ได้มาล้างด้วยพิธีข้ามสะพานและลุยไฟ เพื่อให้ภยันตรายใดๆ ได้ถูกล้าง ถูกเผาไหม้ไปกับกองเพลิง แล้วจะกลับมาโชคดีต่อไป