เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เปิดตัวทุเรียนสายพันธุ์ใหม่"ทองบางสะพาน"
เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดตัวทุเรียนสายพันธุ์ใหม่ทองบางสะพาน พร้อมส่งเสริมเกษตรกรปลูกขยายพันธุ์ผลักดันให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 เวลา 13:00 น นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายวิจิตร คงสงฆ์ เกษตรอำเภอบางสะพาน และ นายธวัชชัย เทศรำลึก เจ้าของสวนมีตังค์ ตำบลกำเนิดนพคุณ อำเภอบางสะพาน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวทุเรียนทองบางสะพาน ที่สวนของ นายธวัชชัย เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรของดีอำเภอบางสะพานให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย โดยทุเรียนทองบางสะพานได้รับการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร ตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืช พ.ศ.2518 เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา
โดยเจ้าของสวนได้นำกิ่งพันธุ์ทุเรียนพันธุ์หมอนทองจากจังหวัดนนทบุรีมาปลูกในสวน เมื่อปี 2526 แต่หลังจากปลูกไปได้ระยะหนึ่ง ยอดของต้นทุเรียนเกิดหัก ต้นตอจากการเพาะเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ จึงแตกยอดใหม่ขึ้นมา และได้ปล่อยให้ต้นทุเรียนเจริญเติบโตจนกระทั่งออกดอกและติดผลในปี 2533 พบว่า เนื้อทุเรียนพันธุ์นี้มีความแตกต่างจากพันธุ์อื่น มีเนื้อละเอียด เหนียว ไม่เละง่าย สีเหลืองเข้มคล้ายทองคำ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ขณะอยู่ในลำคอ รสชาติมันอมหวาน เข้มปานกลาง น้ำหนักผลโดยเฉลี่ย 2-5.4 กิโลกรัม
จากนั้นได้ติดตามความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ของทุเรียนชนิดนี้เป็นเวลา 25 ปี จึงได้ตั้งชื่อทุเรียนพันธุ์ใหม่นี้ว่า “ทุเรียนทองบางสะพาน” พร้อมยื่นขอจดทะเบียนรายชื่อพันธุ์พืชจากกรมวิชาการเกษตรอย่างเป็นทางการ พร้อมขยายพันธุ์ทุเรียนทองบางสะพานด้วยการเสียบยอดและจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้กับผู้สนใจนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อในราคากิ่งละประมาณ 400 บาท และปลูกลงแปลงเพิ่มอีก 100 ต้น จากปัจจุบันที่มีิ 1 ต้นซึ่งให้ผลผลิตแล้ว โดยต้นทุเรียนชุดใหม่นี้จะเริ่มให้ผลผลิตได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้สนใจซื้อกิ่งพันธุ์หรือสั่งจองทุเรียนสามารถติดต่อได้ที่ นายธวัชชัย เทศรำลึก โทร.081-3487595
นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ ตั้งเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกและขยายพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ทุเรียนพันธุ์ทองบางสะพานเป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอบางสะพาน และในอนาคตจะผลักดันให้มีการจดทะเบียนสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา