หน่วยเรือโพนพิสัย ร่วมกับ หน่วยงานในพื้นที่รวบ “จิ๋ว กุดบง” พร้อมยาบ้า 2,010 เม็ด
วันที่ 24 ธ.ค.62 ณที่หน่วยเรือโพนพิสัย (นรข.เขตหนองคาย) ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย น.ต.การันต์ มินวงษ์ หัวหน้าหน่วยเรือโพนพิสัย พร้อมด้วย ร.ท.อุดม บัวสุข ,พ.จ.อ.อุดม โชติจันทร์ ,จ.อ.คทาวุธ สิงหกรรม, จ.อ.ประยูร วงศ์จีน ,จ.อ.รัชกฤช อ่อนสุวรรณ , จ.อ.อภิรัตน์ ชาญเดช ,จ.อ.ธวัช สายโพธิ์ , จ.อ.นันทวุฒิ พุทธเจริญ , จ.อ.อภิวัฒน์ หาญชนะ , จ.อ.สุรศักดิ์ อรัญมิ่ง , จ.อ.อภิวัฒน์ นะคะจัด พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.สุรศักดิ์มนตรี ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย ,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยการอำนวยการของ พลเรือตรี สมพงษ์ ศรอากาศ ผบ.นรข. ,นาวาเอกชัชวาลย์ โตรุ่ง ผบ.นรข.เขตหนองคาย ,นายถาวร สังขะมาน นายอำเภอโพนพิสัย ,พันเอกพิทยา นงค์ภา หัวหน้า ชตข.อุดรธานี (ศปก.ฝขว.ทบ.) ได้ร่วมกันแถลงจับกุม นายนคร หรือจิ๋ว ชนะสิงห์ อายุ 31 ปี ที่อยู่ 28 หมู่ที่ 3 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) ลักษณะกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ WY ประทับอยู่ด้านหนึ่งของเม็ดยาอีกด้านหนึ่งผิวเรียบซึ่งเป็นเม็ดสีส้ม จำนวน 1,991 เม็ด และลักษณะกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ Y1 (วาย - 1) ประทับอยู่ด้านหนึ่งของเม็ดยา อีกด้านหนึ่งเป็นตัวอักษร A (เอ) ซึ่งเป็นเม็ดสีเขียว จำนวน 19 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมด จำนวน 2,010 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 8 ถุง บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีชมพูแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 2 ถุง, รถจักยานยนต์ยี่ห้อ HONDA WAVE 110 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน คจต 706 อุดรธานี ,โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อ TRUE สีดำ จำนวน 1 เครื่อง โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
น.ต.การันต์ มินวงษ์ หัวหน้าหน่วยเรือโพนพิสัย เปิดเผยว่า วานนี้( 23 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่หน่วยเรือโพนพิสัย (นรข.เขตหนองคาย) ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบส่งมอบยาเสพติด บริเวณสวนยางพาราริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านทิศตะวันตก บ.ใหม่ทรายทอง ม.14 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย จึงรายงานให้ น.อ.ชัชวาลย์ โตรุ่ง ผบ.นรข.เขตหนองคาย ทราบ และวางแผนการจับกุม โดยมอบหมายให้ ร.ท. อุดม บัวสุข ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โพนพิสัย, ปกครองอำเภอโพนพิสัย แล้วเข้าวางกำลังดักซุ่มพื้นที่ที่ได้รับแจ้ง จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. (23 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดดักซุ่มตรวจพบเรือกีบเพลายาวแล่นมาตามลำแม่น้ำโขง ระหว่างประเทศไทยกับดอนสันคี สปป.ลาว เมื่อมาถึงบริเวณสวนยางพาราริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านทิศตะวันตก บ.ใหม่ทรายทอง ม.14 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้ดับเครื่องแล้วปล่อยไหลไปตามลำแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องส่องกลางคืนตรวจการไปยังภายในสวนยางพาราพบชายต้องสงสัยหนึ่งคนเดินขึ้นมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงมายังรถจักยานยนต์ที่จอดอยู่ภายในสวนยางพาราจากนั้นได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมายังถนนซึ่งมีชายอีกหนึ่งคนยืนรออยู่บริเวณถนน เจ้าหน้าที่จึงออกจากที่ดักซุ่มเปิดไฟฉายส่องไปยังชายทั้งสองพร้อมกับแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ พร้อมสั่งให้ชายทั้งสองหยุด ทั้งสองแสดงอาการตกใจพยายามขับรถหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้หนึ่งคนอีกคนอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้
สอบถามเบื้องต้น ทราบชื่อนายนคร ชนะสิงห์ ตรวจค้นพบก้อนวัตถุห่อด้วยกระดาษสีขาวประทับตราอักษร A ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสอยู่ภายในกระเป๋าเสื้อคลุมแขนยาวทางหน้าซ้าย ร.ท.อุดม ฯ จึงให้นำออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ของนายนคร ฯ แล้วทำการเปิดพิสูจน์ต่อหน้านายนครฯ พบก้อนวัตถุห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส มีกระดาษสีขาวประทับตราอักษร A แกะกระดาษออกพบเป็นถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 8 ถุง และถุงพลาสติกสีชมพูแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 2 ถุง ประทับตราอักษร A รวมจำนวน 10 ถุง แกะถุงพลาสติกแบบเปิดปิดดึงเปิดออก พบเป็นยาบ้า เจ้าหน้าที่ ฯ จึงทำการจับกุม โดยทราบชื่อผู้หลบหนีคือ นายประโมทย์ ศรีสุจันทร์ (ทราบชื่อภายหลัง)
จากการสอบถามนายนครฯ ให้การว่า ตนได้รับการติดต่อจากนายประโมทย์ ศรีสุจันทร์ ราษฎรบ้านใหม่ทรายทอง ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ให้ตนไปรับยาบ้าทั้งหมดจากริมฝั่งแม่น้ำโขงภายในสวนยางพาราซึ่งเป็นสวนยางพาราของมารดาตน โดยนายประโมทย์เป็นคนติดต่อกับ นายหนูรัก หรือเตี้ย บุญประคม ราษฏร บ.โนนฤาษี ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ให้ตนและ นายประโมทย์ฯมารับยาบ้าทั้งหมดที่บริเวณสวนยางพารา เมื่อตนได้ยาบ้ามาแล้วนายประโมทย์จะเป็นคนพาตนไปส่งให้กับนายหนูรัก บุญประคม ที่บ้านโนนฤาษี ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งตนได้ใช้โทรศัพท์ของพี่สาว โทรติดต่อกับนายหนูรักฯ ในการรับส่งยาบ้าในครั้งนี้ ตนจะได้ค่าจ้างเป็นยาบ้าจำนวน 30 เม็ด ซึ่งตนเคยพานายประโมทย์ฯมารับยาครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.โพนพิสัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป