อธิบดีกรมชลประทาน ตรวจ ชป.อีสาน กำชับทุกหน่วยงานเตรียมรับมือน้ำหลาก
อธิบดีกรมชลประทาน ตรวจ ชป.อีสาน กำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก เตรียมเครื่องมือเครื่องจักรและกำลังพลลงพื้นที่ทันทีหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากพร้อมเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค.2563 ที่ห้องประชุมสำนักชลประทานที่ 6 จ.ขอนแก่น นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมชลประทานเป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากฤดูฝนปี 2563 และการติดตามการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้อำนวย
การสำนักงานชลประทานที่ 5,6,7,8 และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าการดำเนินงานนั้นได้เน้นยำแนวทางหลักในการบริหารจัดการน้ำ คือเน้นการทำงานแบบ เข้าถึง เข้าพบ เข้าแก้คือ เข้าถึงและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เข้าพบปะประชาชนเพื่อติดตามสอบถามปัญหาในพื้นที่ หากพบปัญหาให้เร่งดำเนินการเข้าแก้ไขปัญหาการสร้างเครือข่าย อาทิ กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน อาสาสมัคชลประทาน ให้ช่วยเป็นหู เป็นตา และเป็นกระบอกเสียง ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ การกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเตรียมพร้อมสนับสนุนเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนบูรณาการการทำงานร่วมกันทางจังหวัดและหน่วยงานท้องถิ่นพร้อมจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ในการตรวจวัดระดับน้ำหากเกิดวิกฤติ
"การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำชี-แม่น้ำมูล นั้น ชป.ได้วางแผนจัดจราจรทางน้ำโดยเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำชีให้ไหลลงแม่น้ำมูลออกสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว ด้วยการเปิดบานระบายของเขื่อนในแม่น้ำชีทุกแห่งและใช้เครื่องผลักดันน้ำเข้าไปเสริม รวมทั้งชะลอน้ำจากแม่น้ำมูลโดยการลดบานระบายของเขื่อนราศีไศลลง ซึ่งจะควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบบริเวณด้านเหนือของเขื่อนราศีไศลด้วย หากปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีปริมาณมาก จะทำการยกบานระบายทั้งหมดพ้นน้ำทันที เพื่อลดการเกิดผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่"
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของลุ่มน้ำยังที่มีฝนตกชุก นั้น ชป.ได้ดำเนินการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น สำหรับเตรียมรับมือโดยการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำยัง และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อป้องกันการเกิดอุทกภัย ทำการจัดจราจรทางน้ำโดยการตัดยอดน้ำลงสู่ลำห้วยวังหลวง และแก้มลิง เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ มีแผนเตรียมการขุดลอกตะกอนทรายบริเวณฝายยบ้านท่าลาด พร้อมทั้งประสานติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
"สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำรวมกันประมาณ 3,568 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 34 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 1,956 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำได้อีกกว่า 7,062 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้วประมาณ 1,289 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของแผนการจัดสรรน้ำ"