ผบก.สส.ภ.4 ส่งนักสืบมือดีทีม “เปรี้ยวหั่นศพ” ไล่ล่าโจรปล้นทอง 437 บาท พบทำเป็นขบวนการไม่น้อยกว่า 3 คน

ภูมิภาค27 ก.ค. 2562 • 09:14 น.
 ผบก.สส.ภ.4 ส่งนักสืบมือดีทีม “เปรี้ยวหั่นศพ” ไล่ล่าโจรปล้นทอง 437 บาท พบทำเป็นขบวนการไม่น้อยกว่า 3 คน
จากกรณีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในร้านทองแม่ทองพูล ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาขอนแก่น ริม ถ.มิตรภาพ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา ( 26 ก.ค.) โดยคนร้ายสามารถกวาดทองคำรูปพรรณไปได้จำนวนมาก ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี่ เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 27 ก.ค.2562 ที่กลุ่มงานสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ไอ สีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งถูกพบจอดทิ้งไว้ภายในป่าสาธารณะ ภายในชุมชนศรีฐาน เขตเทศบาลนครขอนแก่น ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 1 กม. มาทำการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายและเชื่อมโยงคดีที่เกิดขึ้น หลังพบว่าหลังจากที่คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ไปแล้วนั้นได้วิ่งหลบหนีมาทางด้านหลังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ก่อนที่จะปีนกำแพงมาแล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับแจ้งพบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4 ( ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภุธรภาค 4) กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้มีคำสั่งระดมทีมสืบสวนและสอบสวนมือดีของ บช.ภ.4 ที่คลี่คลายคดี “เปรี้ยวหั่นศพ” มาร่วมสืบสวนสอบสวนกับชุดสืบสวนของ สภ.เมืองขอนแก่น และ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่นเ รียกได้ว่าคดีนี้มีชุดทำงานหลัก 3 ชุดใหญ่และแยกย่อยชุดสืบสวนและสอบสวนรวมหลายชุด ทุกชุดมีหน้าที่ทำงานที่คู่ขนานกันไปและสอดคล้องกัน ซึ่งขณะนี้ยืนยันชัดเจนว่าคนร้ายที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์ 2 คน คือเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้าไปนั่งรอที่ศูนย์อาหารที่ห่างจากร้านไม่ถึง 10 เมตร พอสบจังหวะ หรือที่เรียกว่าช่วงเวลาก่อเหตุ ได้เข้าใช้อาวุธปืนก่อเหตุและชิงทรัพย์ทองคำรูปพรรณไปจากนั้นได้วิ่งลงมาและออกทางประตูด้านหลังเพื่อไปขึ้นรถจักรยานยนต์ และขับหลบหนีไปด้วยเส้นทางถนนายรอง และจอดรถทิ้งไว้ห่างจากจุดก่อเหตุ 1 กม. “ เมื่อจุดที่นัดหมายคนร้ยได้จอดรถทิ้งไว้และขึ้นรถหลบหนี ซึ่งขณะนี้ยังคงต้องเชื่อมโยงว่ารถคันที่มารับไปนั้นเป็นรถอะไร และเชื่อว่าต้องเป็นรถยนต์ที่มีคนที่ร่วมขบวนการนั้นจอดติดเครื่องรออยู่และรับตัวไปทันทีพร้อมของกลางทองคำรูปพรรณทั้งหมด จนกระทั่งเบาะแสล่าสุดยืนยันว่ามีคนนำทองคำรูปพรรณไปขายที่ อ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ที่ จ.ชัยภูมิแล้ว” พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า ได้รับรายงานว่าร้านค้าที่รับซื้อทองคำรูปพรรณไปนั้นยืนยันว่าเป็นทองคำที่ถูกโจรกรรมาเพราะรหัสที่อยู่ในทอง และตราสัญลักษณ์นั้นเป็นของร้านแม่ทองพูลที่ถูกชิงทรัพย์ไปและเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้อวงจรปิดพบว่าคนที่นำทองไปจำหน่ายนั้นไม่ใช่คนที่ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ จึงเชื่อได้ว่าการก่อเหตุที่อุกอาจครั้งนี้ทำเป้นขบวนการและวางแผนเป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้แกระรอยคนร้ายที่มีความคืบหน้ามาก โดเยฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทุกจุดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ ลักษณะการก่อเหตุ รถต้องสงสัย จนนำไปสู่การเชื่อมโยงเส้นทางการหลบหนีและการก่อเหตุ “ คนที่ก่อเหตุไม่น่าจะใช่คนในพื้นที่ แต่ก็คงให้ข้อมูลมากไม่ได้เพราะจะกระทบกับสำนวนการสืบสวนสอบสวนซึ่งคดีนี้คนร้ายที่ร่วมในการก่อเหตุน่าจะหลายคน แต่ละคนมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน และรถกระบะโตโยต้าวีโก้ หมายเลขทะเบียน บล-6213 อุดรธานีที่คนร้ายใช้ในการนำทองไปขายบางส่วนนั้นตรวจสอบแล้วพบว่ามีทะเบียนอยู่จริง ซึ่งทีมสืบสวนตามประกบเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับคดีความดังกล่าวในทุกจุดหมดแล้ว และหากประชาชนมีข้อมูลเบาะแสต่างๆก็สามารถที่จะแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบโดยทันที ทุกข้อมูลจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียด” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ร้านทองแม่ทองพูล ที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์นั้นได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นแล้ว โดยยืนยันยอดรวมทองคำรูปพรรณที่ถูกชิงทรัพย์ไปน้ำหนักรวม 437 บาทคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท