ตร.ท่าศาลารับตัว “แบงค์ ลมกรด” ผู้ต้องหาพา 5 ชีวิตหนีตะลอนกรุง จนมุมคาด่านเมืองชล

ภูมิภาค29 ส.ค. 2566 • 08:24 น.โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
ตร.ท่าศาลารับตัว “แบงค์ ลมกรด” ผู้ต้องหาพา 5 ชีวิตหนีตะลอนกรุง จนมุมคาด่านเมืองชล

จากกรณีข่าวโด่งดังการหายตัวไปของเครือญาติพร้อมกันถึง 5 ราย คือนางอุษา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี อยู่ ต.ตลิ่งชัน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช น.ส.ชนนิกานต์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือน้องบีม อายุ 22 ปี น.ส.ญาสุมินร์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือน้องรุ้ง อายุ 22 ปี (เพื่อนน้องบีม) ด.ช.พรพิพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือน้องฟอร์ด อายุ 13 ปี ด.ญ.ศิรประภา (ขอสงวนนามสกุล) หรือน้องฟ้าใส อายุ 13 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้คือนายนพดล (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ขับขี่รถตู้ นางบังอร (ขอสงวนนามสกุล) ที่ถูกระบุว่าเป็นนางนกต่อถูกออกหมายจับแล้วเช่นกันแต่ยังหลบหนี และอีกรายเป็นตัวจักรสำคัญคือนายลมกรด (ขอสงวนนามสกุล) หรือแบงค์ ซึ่งถูกออกหมายจับและได้หลบหนีโดยทิ้งทั้ง 5 ชีวิตไว้ที่ท่าน้ำวัดแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี โดยมีพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือและนำตัวกลับ อ.ท่าศาลา ในช่วงวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีการสอบสวนอย่างละเอียดจนได้ความสำคัญ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (28 ส.ค.66) พันตำรวจเอกต่อศักดิ์ สาลีรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ท่าศาลา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ติดตามไปรับตัวนายลมกรด หรือแบงค์ ผู้ต้องหาในคดีพรากผู้เยาว์ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช จาก สภ.เสม็ด จังหวัดชลบุรี หลังจากที่นายแบงค์ ได้ถูกจับกุมคาด่านตรวจของ สภ.เสม็ด หลังจากนั้นได้ประสานกับ สภ.ท่าศาลา ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัว เมื่อเดินทางมาถึง พันตำรวจโทเกษมสิทธิ์ จำปาทอง รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.ท่าศาลา ได้รับตัวนายแบงค์ ที่เดินทางมากับรถตู้ พยายามหลบหน้าผู้สื่อข่าวและขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ต่อมาได้ถูกคุมตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนอีกครั้งและเมื่อพูดคุยในเบื้องต้นนางแบงค์ระบุว่าไม่ขอเปิดเผยข้อมูลใดๆกับผู้สื่อข่าว และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมพาเขาไปนาน นายแบงค์บอกว่าขอไม่ยังไม่พูดขอตั้งสติก่อน ขอรอทนายและผิดคือผิดถูกว่าไปตามถูกและยืนยันว่าไม่ได้ไปฆ่าคนตายไม่ได้ไปค้ายาเสพติดและบอกด้วยว่าเรื่องของครอบครัวอย่างไรก็เป็นเรื่องครอบครัว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายแบงค์หรือลมกรดไปตรวจสุขภาพตามขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องหาที่ รพ.ท่าศาลา ตาม พรบ.ป้องกันปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หลังจากนั้นจึงคุมตัวมาควบคุมไว้ที่ห้องคอบคุม สภ.ท่าศาลา เพื่อรอขั้นตอนการส่งฟ้องฝากขังต่อไปแล้ว