คนขอนแก่นเจ็บใจถูกหลอกซื้อบ้านก่อนถูกเจ้าของเชิดเงินไปกว่า2แสนหนี
วันที่ 21 พ.ย.2566 เวลา 10.30 น.ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น น.ส.อัจฉรียา อายุ 30 ปี อยู่บ้านม.10 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำเอกสารการแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมด้วยหนังสือสัญญาขายที่ดิน เข้าร้องเรียนกับ นายกิติพงษ์ เบี้ยวโกฏิ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น และนายก้องเกียรติ ประดิษฐ์วงศ์ นิติกร สคบ.จ.ขอนแก่น ว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2566 ที่ผ่านได้ติดต่อซื้อบ้านเอื้ออาทร บ้านเป็ด จากนางอิง (นามสมมุติ) อายุ 64 ปี แต่ซื้อผ่านนายหน้า โดยตกลงกันที่ราคาซื้อขายจริง 1,150,000 บาท แต่ประสงค์จะยื่นกู้ธนาคาร จึงได้ทำเรื่องกู้กับธนาคาร( ธอส.) และสามารถกู้ได้ในจำนวน 1,429,000 บาท เมื่อกู้ได้ คนขายบ้าน เอาเงินไปทั้งหมด ไม่ได้ทอนเงินจำนวน 279,000 บาท คืนให้ตามที่ตกลงกันไว้แม้แต่บาทเดียว
น.ส.อัจฉรียา กล่าวว่า การซื้อบ้านหลังนี้ มีการพูดคุยผ่านนายหน้า จนสรุปที่ราคาขาย คือ 1.15 ล้านบาท จึงได้ทำเรื่องยื่นกู้กับธนาคาร โดยมีการพูดคุยกันทั้งนายหน้าและเจ้าของบ้านผ่านแชทว่า หากการยื่นกู้ที่ธนาคารและกู้ได้มากกว่าจำนวนที่ขาย เจ้าของบ้านจะต้องทอนเงินมาให้ แต่เมื่อถึงวันโอนบ้านคือวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา นางอิง ซึ่งเป็นคนขายบ้าน ได้รับเงิน จำนวน 1,429,000 บาทแล้วก็ไม่ทอนเงินมาให้ ซึ่งเป็นเงินส่วนต่างจำนวน 279,000 บาท โดยเมื่อได้เงินแล้ว นางอิงบอกว่า จะไม่โอนเงินให้ใครทั้งนั้น เพราะนายหน้าทำเรื่องไว้ ด้วยความงงและความไม่เข้าใจในการกระทำจองนางอิง จึงได้แจ้งความกับตำรวจสภ.เมืองขอนแก่น ให้เรียกนางอิงมาคุย และให้ทอนเงินส่วนต่างมาให้ด้วย
ด้าน น.ส. มัสยา อายุ 38 ปี อยู่บ้านม.1 ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายหน้าที่เป็นคนกลางประสานงานระหว่านางอิงคนขายบ้าน กับ น.ส.อัจฉรียา กล่าวว่า ทำงานร่วมกับนางอิงมานาน และทุกครั้งที่ทำหน้าที่นายหน้าขายบ้าน ขายที่ดินให้กับนางอิง จะได้รับเปอร์เซ็นในการขายครั้งละ 3% ซึ่งการขายบ้าน เอื้ออาทร ก็เช่นกัน มีการพูดคุยต่อรองกับนางอิงจนมาจบที่ราคา 1.15 ล้านบาท และมี น.ส.อัจฉรียา เป็นผู้ซื้อ มีการโอนที่ดินและจ่ายเงินกันในวันที่16 พ.ย. ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อไปยื่นเรื่องทำการโอนที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น โดยตนเป็นคนจ่ายเงินค่าโอนจำนวน 50,000 บาท เพราะนางอิงบอกว่าไม่มีเงินสด จึงให้ตนจัดการให้ก่อน ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเคยทำให้แล้วหลายครั้ง นางอิงก็คืนเงินให้
ซึ่งเมื่อโอนบ้านเสร็จแล้ว ก็พากันไปที่ธนาคาร เพื่อที่นางอิงจะได้เงินที่ขายบ้าน ซึ่งที่ธนาคารนั้น ทราบว่า ราคาประเมินอยู่ที่จำนวน 1,429,000 บาท เป็นจำนวนเงินที่เกินจากราคาขายบ้าน และนางอิงต้องทอนเงินให้ทางฝ่ายคนซื้อจำนวน จำนวน 279,000 บาท แต่นางอิงไม่ทอน กลับฮุบเอาเงินทั้งหมด โดยบอกเพียงว่าจะไม่ให้เงินใครทั้งนั้น จึงพาคนซื้อบ้านไปแจ้งความกับตำรวจ และร้องเรียนที่ สคบ.และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้เรียกนางอิงมาคุย เพราะการที่นางอิงทำนั้น ทำให้คนซื้อบ้านต้องเป็นหนี้เพิ่ม เพราะไม่ทำตามที่คุยไว้คือขายจริง 1,1 50,000 บาท แต่เมื่อธนาคารประเมินและให้กู้ได้เต็มจำนวน นางอิงก็ฮุบเงินไปทั้งหมด โดยที่ไม่ได้ทอนเงินคืนให้ทางผู้ซื้อ ค่าโอนที่ดินและค่านายหน้า 3 %ของตนก็ยังไม่ได้
ในขณะเดียวกันนางอิง กล่าวว่า ให้ความเป็นธรรมด้วย ขณะนี้ทุกอย่างได้ดำเนินการทางกฏหมายหมดแล้ว จะเอาผิดคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และยังไม่พร้อมจะคุย ถ้าพร้อมจะให้ข้อมูล จะให้ทนายความมาคุยด้วย แล้วก็วางสายไป