เสี่ยเจ้าของโรงสีใจบุญ ตั้งโรงทานถวายเป็นพระราชกุศลวันพ่อ
เจ้าของกิจการโรงสีเทียมศักดิ์พาณิชย์ 4 ใจบุญ สำนึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 จัดตั้งโรงทานแจกอาหารคาว หวาน แก่ประชาชน ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ จัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 18
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564 ที่ร้านเทียมศักดิ์พาณิชย์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ อายุ 74 ปี และ นางเกตุวดี เวียงศรีประเสริฐ อายุ 72 ปี สองสามีภรรยาคู่บุญชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม เจ้าของโรงสีข้าวเทียมศักดิ์ และเจ้าของผลิตภัณฑ์ข้าวสารคุณภาพตราเรือไฟ ส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมลูกหลานญาติมิตร ร่วมกันจัดตั้งโรงทานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2564 โดยมีการแจกจ่ายข้าวกล่อง อาหาร คาวหวาน หลากหลายประเภท ให้แก่ประชาชน ในพื้นที่ ได้รับประทานฟรี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อ สถาบัน ชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ อีกทั้งเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย เนื่องจากเป็นครอบครัวที่ บรรพบุรุษได้อพยพ หนีสงครามมาจากเวียดนาม ก่อนที่จะมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในแผ่นดินไทย จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัว ประกอบอาชีพ มีฐานะมาจนถึงปัจจุบัน โดยทุกปีจึงได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจัดโรงทานถวายเป็นพระราชกุศลขึ้นในวันสำคัญต่อเนื่องมาเป็นปีที่18
ด้าน นายเทียมศักดิ์ เวียงศรีประเสริฐ อายุ 72 ปี เปิดใจว่า ตนเป็นคนไทยเชื้อสายเวียดนาม อดีตบิดามารดาอพยพหนีสงครามรอนแรมมาถึงแผ่นดินไทย ใช้เวลาเดินทาง 3 ปีเศษ ได้พึ่งพระบรมโพธิสมภารทำงานรับจ้างทุกอย่าง ได้ค่าแรงมาก็จะเก็บออมไว้ส่วนหนึ่ง จนมีฐานะดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ครอบครัวทุกข์ยากพบเห็นความมีน้ำใจของคนไทย หยิบยื่นสิ่งของต่างๆ ช่วยเหลือครอบครัว ช่วงก่อร่างสร้างตัวได้พาภรรยาคู่บุญ ออกรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรตามชนบท แล้วนำไปส่งขายโรงสีอีกทอดหนึ่ง กระทั่งตั้งโรงสีเป็นของตนเอง ก่อนจะขยายกิจการเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีโรงสีรวม 4 แห่ง ตลอดเวลาผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ยิ่งกว่าสิ่งใด ที่มีฐานะมาถึงทุกวันนี้เพราะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน เมื่อมีโอกาสก็ควรทดแทนคุณแผ่นดิน จึงยึดเอาวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ ตั้งโรงทานเชิญชวนประชาชนแวะมาทานอาหารแบบไม่อั้น โดยผมจัดมาตั้งแต่ปี 2546 เรื่อยมาถึงปัจจุบันก็เป็นปีที่ 18 แล้ว ซึ่งผมจะทำเช่นนี้ตลอดไป หมดผมก็มีลูกมีหลานที่จะสืบทอดกิจกรรมนี้ ผมระลึกเสมอว่าครอบครัวศรีเวียงประเสริฐมีธุรกิจใหญ่โตมาได้เพราะบุญคุณแผ่นดินไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้วยทศพิธราชธรรม และการที่จะรวยไม่ใช่อยู่ที่เงินอย่างเดียว ต้องรวยน้ำใจรวยบารมีด้วย