สตูล หน้าคลื่นลมมรสุม ชาวประมงพื้นบ้าน หันมาทำประมงประเภท “ซิหลิง” หรืออวนรุนเดินคึกคัก
คลื่นลมแรงในช่วงนี้ ชาวประมงพื้นบ้านที่อ่าวละงู หมู่ที่ 1 บ้านท่าชะมวง หมู่ที่ 2 บ้านปากละงู และหมู่ 14 บ้านหลอมปืน ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นชุมชนที่อนุรักษ์ทรัพยากรประมงชายฝั่ง กำลังใช้เครื่องมือประมงประเภทอวนรุนเดิน บริเวณริมชายหาด เพื่อหากุ้งหรือตัวเคย ที่เอามาทำกะปิกันอย่างคึกคัก โดยชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านนี้ จะออกมาทำประมงประเภทอวนรุนเดิน หรือ ซิหลิง ริมชายฝั่งในช่วงมรสุม ซึ่งซีหลิงมี 2 ประเภท คือ ซีหลิงอวนเขียว จะรุนประเภทกุ้งเคย กุ้งฝอย และซีหลิงอวนแดง จะเน้นกุ้งตัวโตขึ้นมาหน่อย เป็นกุ้งขาว กุ้งเหลือง กุ้งหัวเรียว ซึ่งกุ้งประเภทนี้จะไม่โตเมื่อครบอายุก็จะตายเอง ชาวประมงพื้นบ้านที่มีงบประมาณน้อยก็จะทำประมงชนิดนี้ เพราะใช้ไม้ไผ่เพียง 2 ท่อน ร้อยผูกกับอวน โดยใช้แรงคนเดินรุนเท่านั้น ไม่ใช้เครื่องจักร ไม่ใช้เรือ ไม่ใช้เครื่องทุ่นแรงแต่อย่างใด การทำประมงประเภทนี้ จึงเป็นการอนุรักษ์สัตว์น้ำชายฝั่ง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านจะนิยมทำประมงประเภทอวนรุนเดิน ในช่วงมรสุมเพราะจะมีสัตว์น้ำเข้ามาใกล้ชายฝั่งจำนวนมาก ทำให้เป็นที่นิยมทำประมงประเภทนี้ โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงริมหาด โดยนำกุ้งฝอย หรือกุ้งเคยไปทำกะปิ ส่วนกุ้งที่มีไซส์ใหญ่มาหน่อย นำไปปรุงอาหาร ขายได้กิโลกรัมละ 100 ถึง 150 บาท
นายทวี แก้วทอง อายุ 48 ปี ชาวประมงพื้นบ้านประเภทอวนรุนเดิน บอกว่า ในช่วงพายุมรสุมตะวันตกชาวบ้านจะมาทำประมงประเภทนี้ ซึ่งเหลืออยู่น้อยคน ที่ยังคงใช้เครื่องมือชนิดนี้ โดยสัตว์น้ำที่ได้จะเป็นกุ้งขาว กุ้งหัวเรียว ซึ่งนำไปปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู โดยเฉพาะเมนูยำ หรือกุ้งเต้น ซึ่งจะได้รสชาติที่แซ่บ อร่อยกลมกล่อม ที่สามารถกินเป็นกับข้าว หรือกับแกล้มสำหรับนักดื่มก็ลงตัว
โดยในวันนี้ ทางอบต. ละงู ได้มาร่วมสืบสาน อนุรักษ์เครื่องมือชนิดนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของชาวประมงเรือขนาดเล็ก ที่ไม่สามารถออกเรือประมงได้ในช่วงมรสุม ก็จะมาหากินโดยการใช้อวนรุนเดิน เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่งในช่วงพายุมรสุม เพราะเรือขนาดเล็กไม่สามารถออกไปทำการประมงได้
นายจำรัส ฮ่องสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละงู กล่าวว่า 3 หมู่บ้านหลักๆ ที่มีการทำประมงพื้นบ้านแนวอนุรักษ์ และยังคงมีเครื่องมือประมงที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ใช้อยู่ในพื้นที่ของตำบลละงู โดยเฉพาะในช่วงที่มีลมมรสุมคลื่นลมแรง เรือประมงขนาดเล็กที่ชาวบ้านใช้ออกหาปลา ไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ ก็จะหันมาทำประมงประเภทนี้กัน เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว โดยสัตว์น้ำที่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกุ้งฝอย กุ้งหัวเรียว และกุ้งขาว ซึ่งมีอายุสั้นจึงไม่เป็นการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำวัยอ่อน แล้วยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้านในช่วงคลื่นลมมรสุมแรงได้อีกด้วย