มข.เตรียมความพร้อมรับมือปชช.ที่มาวางดอกไม้จันทน์-กราบลาครูใหญ่"หลวงพ่อคูณ"
ระดมทีมปฐมพยาบาลจิตอาสา กระจายตามจุดต่างๆรอบพุทธมณฑล และฌาปนสถานฯ รับมือประชาชนที่มาวางดอกไม้จันทน์และกราบลาครูใหญ่ "หลวงพ่อคูณ" ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด "ชาญชัย" ย้ำชัดการลอยอังคารในวันที่ 30 การทำงานร่วมทุกฝ่ายเป็นอย่างราบรื่น
รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. เปิดเผยว่า งานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 ขณะนี้เข้าสู่วันที่ 6 ตามกำหนดการในการจัดงานดังกล่าว โดยยังคงมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ และญาติของครูใหญ่ทั้ง 647 ร่างที่มีกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษประจำปีนี้ทยอยเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์และกราบลาสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ทั้งที่บริเวณศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. สถานที่ในการสวดพระอภิธรรมศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณในช่วงระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค.และที่ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริม ถ.เลี่ยงเมือง สายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น สถานที่ในการถวายเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค.
"ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. มีประชาชนเข้ามาชมนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ ที่ฌาปนสถานชั่วคราวฯ เป็นจำนวนมาก เฉลี่ยแล้วหลายหมื่นคนต่อวัน ซึ่งหลายๆคนประสบปัญหาในเรื่องของห้องน้ำ เนื่องจากมีเพียง 10 ห้องและอยู่ไกล ทั้งนี้เดิม ตามแผนในวันที่ 29 ม.ค.จะมีห้องสุขาชั่วคราวจำนวนมาก แต่เนื่องจากมีประชาชนเดินทางเข้าจำนวนมากจึงได้มีการปรับแผน โดยได้นำรถสุขาเข้าไปใกล้กับฌาปนสถานอีกจำนวน 31 ห้อง และสุขาชั่วคราวที่ทำเอาไว้อีก 20 ห้อง ซึ่งจะเสร็จภายในวันนี้ โดยจะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมรุชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกของเหล่าสาธุชนที่เดินทางมาเป็นจำนวนมาก และสำหรับสุขาที่อยู่รอบองค์พระพุทธรูปภายในพุทธมณฑลอีสาน จะมีอยู่ 30 ห้องที่ทิศตะวันออกขององค์พระพุทธรูป และฝั่งทิศตะวันตกอีกจำนวน 12 ห้อง ทั้งนี้ มข.ได้ทำป้ายบอกทางไปสุขาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีสุขาที่อยู่รอบองค์พระพุทธรูปอีก 40 ห้องคอยรองรับสาธุชนในภาพรวมทั้งหมดแล้ว"
รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวต่ออีกว่า มข.ยังได้เตรียมทีมอาสาสมัครฝ่ายการแพทย์และพยาบาลอีกกว่า 200 คน ประจำจุดที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อคอยดูแลสุขภาพเพราะภายในพุทธมณฑลอีสานและที่ ฌาปนสถานชั่วคราวฯ มีสาธุชนเป็นจำนวนมากและที่สำคัญคือสภาพอากาศร้อนจัด จึงเสี่ยงต่อการให้สาธุชนนั้นมีอาการหน้ามืดเป็นลมได้ ซึ่งอาสาสมัครแพทย์และพยาบาลจะเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที อีกทั้งสาธุชนก็ยังคงสามารถเรียกขอความช่วยเหลือได้โดยตลอดอีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับที่นั่งของสาธุชนที่จะเข้าร่วมในงานดังกล่าวได้มีการตั้งเต็นท์อยู่บริเวณองค์พระพุทธรูปซึ่งสามารถจุคนได้ 65,000 คน และมีการเสริมเก้าอี้อีกจำนวนหนึ่ง และในบริเวณฌาปนสถานชั่วคราวฯ ได้มีผู้ใจบุญบริจาคเต็นท์มาช่วยอีกเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ มข.ได้ทำการประชาสัมพันธ์ออกไป แต่ถึงอย่างไรเต็นท์ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้อาจจะไม่พอ จึงอยากจะขอให้ประชาชนที่เดินทางมาพกร่ม-หมวก รวมทั้งเสื่อและที่รองนั่ง และที่สำคัญคือน้ำดื่มเพราะอากาศร้อน ที่จะสามารถช่วยแบ่งเบา อุณหภูมิในร่างกายไม่ร้อนจนเกิดอาการหน้ามืดและเป็นลมได้
"สำหรับขบวนเรือที่จะใช้ในการลอยอังคารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ นั้น จากการประชุมร่วมกันทุกฝ่ายรอบสุดท้ายได้ข้อสรุปในการ กำหนดจุดที่จะลงเรือ, จุดที่จะล่องเรือ และจุดที่จะลอยอังคาร ไว้ทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ก็มีการกำหนดแผนการจราจรในด้านต่างๆ ซึ่งทุกอย่างก็ได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานอย่างราบรื่น ได้รับความร่วมมือจากทาง จ.หนองคายเป็นอย่างดี ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น โดยในวันที่ 30 ม.ค. ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีถวายเพลิงครูใหญ่หลวงพ่อคูณแล้วเสร็จในเวลา 06.00 น. ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเปิดเตา เพื่อนำโลงสแตนด์เลสซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดของเตา ซึ่งมีการล็อคกุญแจอย่างแน่นหนา มาทำการ ห่อด้วยจีวรพระและถวายดอกไม้ จากนั้นจะมี พิธีทางศาสนาตามประเพณี จากนั้นในเวลาประมาณ 07.00 น. ขบวนรถจะเดินทางออกจากฌาปนสถานชั่วคราวฯไปจ.หนองคาย ทันทีเพื่อลอยอังคารตามพินัยกรรมที่ได้ระบุไว้ โดยจะไม่มีการนำกระดูกมาวาง เพราะกล่องแสตนเลสสำหรับการใส่อัฐิของครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้นทำการล็อคกุญแจทันทีหลังการถวายเพลิงเสร็จสิ้น"