เขตพื้นที่การศึกษาฯสมุทรสาคร สั่ง รร.อนุบาลบ้านแพ้ว ย้ายห้องเรียนเด็ก หลังพบเสาอาคารชำรุดหนัก 40 ต้น  

ภูมิภาค11 พ.ย. 2566 • 08:07 น.
เขตพื้นที่การศึกษาฯสมุทรสาคร สั่ง รร.อนุบาลบ้านแพ้ว ย้ายห้องเรียนเด็ก หลังพบเสาอาคารชำรุดหนัก 40 ต้น  

ความคืบหนเ้าการณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร และสนง.โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดฯ รับแจ้งว่า มีเสาอาคารเก่าแก่ ของโรงเรียนอนุบาลบ้านแพ้ว เกิดเหตุระเบิดแตกจนเห็นเหล็ก ส่งผลทำให้ทรุดอาคารตัวลงอย่างเห็นได้ชัด กว่า 40 ต้น โดยมีการเข้าสำรวจด้านความปลอดแล้วในเบื้องต้น ทั้งนี้จึงมีการสั่งให้โยกย้ายนักเรียนออกจากห้องที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้ต้องปิดอาคารก่อน จะใช้เวลาสรุปรายละเอียดอย่างน้อย 1 -2 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ว่าที่ร้อยเอกวีรธนา นรากรณ์ รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ได้เข้ามาสำรวจ (เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2566 ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า มีความชำรุดของอาคารโรงเรียนอนุบาลบ้านแพ้วจริง โดยมีนางเกษฎาพร วีระกุล ผู้อำนวยการ รร.อนุบาลบ้านแพ้ว และ,คณะครู เฝ้าดูแล พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น มาร่วมให้ข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้โดยจากผลการสำรวจ ปรากฏว่า พบส่วนที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก คือ ตัวเสาอาคารเก่าของโรงเรียน ซึ่งเป็นอาคารลักษณะปูนกึ่งไม้หลังนี้ มีอายุประมาณ 50 ปีแล้ว ขณะที่ชำรุดมาก ก็คือเสาซึ่งมีสภาพปูนระเบิดจนเห็นเหล็กเส้นด้านในเห็นชัดเจน 43 ต้น (จาก 94 ต้น) นอกจากนี้ อีกทั้งยังพบว่าตัวอาคารก็เริ่มทรุด กนะมั่งผนังกำแหงที่อาคารที่กั้นแต่ละห้องลอยตัวสูงขึ้นมาจนเป็นช่องด้านล่าง ส่วนโครงสร้างอาคารไม้ พบว่ามีปลวกขึ้นจนเนื้อไม้จนเริ่มปูดบวม


 
ซึ่งต่อมาทางด้าน อบจ.สมุทรสาคร ก็ได้ลงพื้นที่สำรวจดู ก่อนให้เห็นจึงได้รีบประสานไปยัง สนง.โยธาธิการและผังเมืองสมุทรสาคร เพื่อให้ส่งวิศวกรเข้าไปสำรวจอาคารโดยด่วน อย่างไรก็ตามเพราะให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งจากการสำรวจ ทราบว่าเป็นอาคารของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปี 1-4 ซึ่งมีนักเรียนอาศัยเรียนกันกว่า 400 คนที่ยังใช้เรียนที่นี่ ทั้งนี้ทางเขตการศึกษาฯได้ลงพื้นที่สำรวจไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา และมีนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้สำรวจโรงเรียนทุกแห่ง อย่างไรก้ดีหากพบว่า เกิดความชำรุดให้รีบรายงานไปต้นสังกัด เพื่อหาแนวทางซ่อมบูรณะต่อไป 

ส่วนความชำรุดของโรงเรียนอนุบาลบ้านแพ้ว ขณะนี้ก็ได้รายงานไปยังต้นสังกัดแล้ว ส่วนเรื่องแผนเฉพาะหน้าคือการสำรวจด้านความปลอดภัย หากพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยแล้ว ทางโรงเรียนก็ได้เตรียมแผนรองรับเรื่องการเรียนของเด็กๆซึ่งอาจใช้ห้องอื่นๆมาจัดเป็นห้องเรียนชั่วคราว แต่ถ้าหากไม่พออาจต้องประสานไปยังโรงเรียนใกล้เคียง เพื่อขอใช้พื้นที่ ซึ่งนักเรียนจะต้องปลอดภัยที่สุด
 
สำหรับด้านความปลอดภัยนั้นทางเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองฯ ได้เข้ามาประเมินซ้ำแล้ว เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 พฤศจิกายน โดยสั่งให้นักเรียนในส่วนที่ใช้ห้องเรียนมีเกิดเหตุเสาชำรุดเสียหายต้องโยกย้ายไปเรียนที่ห้องแห่งอื่นชั่วคราวต่อไป"