'พี่สาว'ลั่นหากเอาผิดทางวินัยกับตำรวจรุมกระทืบน้องชายตายไม่ได้ จะยกโลงศพไปขอความเป็นธรรมกับ'ผู้การฯขอนแก่น'

ภูมิภาค26 ม.ค. 2566 • 16:21 น.
'พี่สาว'ลั่นหากเอาผิดทางวินัยกับตำรวจรุมกระทืบน้องชายตายไม่ได้ จะยกโลงศพไปขอความเป็นธรรมกับ'ผู้การฯขอนแก่น'

วันที่ 26 ม.ค. 2566 เวลา 14.30 น.ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่ตั้งสวดอภิธรรมศพนายวรภบ หรือนายเด่น อายุ 41 ปี ที่บ้านเลขที่ 16 ม. 2 บ้านป่าปอ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งพบว่าญาติพี่น้องและชาวบ้านมาร่วมงานศพจำนวนมาก

โดยมี นางทับทิม อายุ 43 ปี ภรรยาของนายเด่น  กล่าวว่า  หลังนายเด่น สามีตายที่รพ.ก็นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน โดยช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมาก็มีตำรวจชื่อเล่นว่าหนุ่ย  เป็นตำรวจประจำที่สภ.บ้านไผ่ และเป็นคนที่สามีใช้ขวดตีที่ศีรษะ เป็นคู่กรณีของสามี และเป็นคนเข้าแจ้งความให้ตำรวจสภ.โนนศิลา สืบสวนจับกุมคนที่ตีศีรษะตัวเอง ได้เดินทางมาขอขมาศพสามี และมอบเงินช่วยจัดงานศพจำนวน 50,000 บาท

ซึ่งการกระทำของตำรวจหนุ่ย หรือใครก็ตามที่ร่วมกันทำร้ายสามี จนบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวใน รพ.แล้วเสียชีวิตแล้ว ที่มามอบเงินหรือแสดงความเสียใจกับครอบครัวในขณะนี้นั้น มันช้าไปแล้ว ไม่ให้อภัยเด็ดขาด เพราะครอบครัวเสียเสาหลัก เสียหัวหน้าครอบครัวไปแล้ว จ่ายเงินมาเท่าไหร่สามีก็ไม่ฟืนคืนกลับมา  และในทางคดีจะไม่ยอมความเด็ดขาด”

ทั้งนี้ นางทับทิม กล่าวต่ออีกว่า  ถ้าคนที่รุมทำร้ายสามีคิดได้ สำนึกได้ ควรมาดูแลมาช่วยเหลือตั้งแต่หลังเกิดเหตุแล้ว  และเมื่อสามีตายแล้วก็ควรมาขอขมาศพ มาเยียวยา และต้องรับสารภาพผิด ตำรวจที่ทำคดีก็ต้องติดตามจับกุมคนที่ทำร้ายสามีมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ครบทุกคน  โดยขณะนี้พออใจ ผกก.สภ.โนนศิลา ที่เข้ามาดูแลคดีอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ไว้ใจพนักงานสอบสวน เนื่องจาก ขณะที่ สามีนอนใน รพ. ได้ประสานงานกับพนักงานสอบสวนมาสอบปากคำสามีที่รพ.แต่พนักงานสอบสวนไม่ไป จนสามีตายที่รพ. และเมื่อสามีตายแล้ว พนักงานสอบสวนนำสำนวนการสอบสวนมาให้อ่าน ในสำนวนยังไม่ระบุชื่อตำรวจที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเลย จึงอยากให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนตรงตรงไปตรงมาด้วย

ด้านนางศุภิสรา  อายุ 53 ปี ภรรยาของกำนันตำบลป่าปอ พี่สาวของนายเด่น กล่าวว่า การเยียวยานั้น ก็เป็นเรื่องที่คนกระทำความผิดต้อวงดูแลครอบครัวคนตายอยู่แล้ว  แต่คดีความจะไม่จบเพียงเท่านี้  เพราะแม้ว่าคดีอาญา ซึ่งรับแจ้งจาก ผกก.สภ.โนนศิลา จะบอกว่า ได้แจ้งข้อหากับตำรวจ 2 นายที่ถูกนายเด่น กล่าวหาตามคลิปที่ให้ลูกสาวบันทึกไว้ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ก็ตาม

ซึ่งคนก่อเหตุรุมกระทืบน้องชายนั้น ข้อมูลจากพลเมืองดี รวมถึงรอยเท้าตามร่างกายของน้องชายเชื่อว่ามีมากกว่า 10 คน ตำรวจต้องสืบสวน จับกุม ดำเนินคดีอาญา ทางวินัยก็ต้องเป็นที่ปรากฏต่อสังคมว่า ตำรวจทำคดีให้ความเป็นธรรมกับคนตายจริงๆ จะไม่มีมวยล้มต้มคนดู

พร้อมกันนี้ นางศุภิสรา  กล่าวต่ออีกว่า นับจากนี้ไป 2-3 วัน หากยังไม่มีข้อยุติทางคดีอาญา และไม่มีความคืบหน้าทางการเอาผิดทางวินัย จะนำโลงที่บรรจุศพน้องชายไปขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นและผกก.สภ.บ้านไผ่  เนื่องจากรายชื่อของตำรวจที่ทางสภ.โนนศิลาสืบสวนมาทราบชื่อตำรวจที่ร่วมก่อเหตุ เป็นตำรวจสภ.บ้านไผ่ 4 นาย สภ.พระยืน 1 นาย

อีกท้งยังอยากทราบว่า นอกจากตำรวจเหล่านี้แล้ว ยังมีตำรวจและประชาชนอีกกี่ราย ที่ยังต้องสืบสวนจับกุมมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย และมีตำรวจกี่นายที่ต้องถูกสอบสวนเอาผิดทางวินัย รวมถึงทางจังหวัดขอนแก่น ต้องออกมายืนยันและจัดการกับจุดเกิดเหตุว่าไม่ใช่บ่อนการพนัน  เพราะประชาชนในพื้นที่ทราบดีว่า  จุดดังกล่าวมีการลักลอบเล่นการพนัน