กลุ่มผู้ต้องหา28รายเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาปมร่วมปล้นทรัพย์ตลาดสุรนคร
วันที่ 20 ตุลาคม 2565 เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ สภ.เมือง จ.นครราชสีมา นางสาวปณยา กับพวกรวม 28 คน โดยทุกคนสวมเสื้อยืดสีดำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันปล้นทรัพย์ ซ่องโจรและทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา 83,91,210,340,358 พฤติกรรม เมื่อวันที่ 4-7 ธันวาคม 2563 และ วันที่ 1-2 ธันวาคม 2564 ร่วมกันบุกยึดครอบครองกิจการตลาดสุรนคร เมืองใหม่ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อตลาดสุรนารี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งต่างแย่งชิงครอบครองกิจการตลาดกลางค้าส่งพืชผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อบริหารจัดการผลประโยชน์เดือนละกว่า 10 ล้านบาท
นายพิชญ์ ซึ่งเป็น 1 ในจำเลย 28 คน และเป็นที่ปรึกษากฎหมาย เปิดเผยว่า พวกเรามารับทราบข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เราคือผู้บริสุทธิ์ถูกกล่าวหาร่วมกันปล้นอัตราโทษ 10 ปี ตำรวจไม่ส่งฟ้อง แต่อัยการมีคำสั่งฟ้องโดยไม่พิจารณาให้ครบถ้วนถ่องแท้ ในฐานะประชาชนเข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อต่อสู้คดี อย่างไรก็ตามจะนำเรื่องราวไปร้องเรียนต่ออัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติและองค์กรต่างๆในส่วนกลาง เพื่อให้ปรากฏความจริง ที่นี่คือโคราช จำเป็นต้องสร้างความยุติธรรม หากผู้มีอำนาจทำการโดยไม่ชอบก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีไม่ละเว้น เพื่อเป็นตัวอย่างความยุติธรรม ขอยืนยันพวกเราเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและที่ผ่านมาได้ร้องขอความเป็นธรรมกับผู้มีอำนาจแต่ถูกเพิกเฉยมาตลอด เสมือนเป็น 2 มาตรฐาน
ด้านนายสุนทร สุวรรณชาติ ในฐานะผู้ได้สิทธิ์บริหารตลาดดังกล่าวและคู่กรณีพิพาท กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มทายาทและผู้เช่ามีระยะเวลาหลาย 10 ปี ตนมีหลักฐานและสัญญาเช่าตามกฎหมายชัดเจน จึงสามารถเข้าไปดำเนินการบริหารจัดการตลาดได้ ระหว่างนั้นคู่กรณีได้ว่าจ้างทีมทนายชุดใหม่นำโดยนายพิชญ์ กับพวกเข้ามาดำเนินการแทนพร้อมนำกำลังมาทุบทำลายทรัพย์สินโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เพื่อมาครอบครองกิจการ เราทุกคนต้องยอมรับและเคารพกติกาบ้านเมือง ที่ผ่านมาตนถูกร้องเรียนฟ้องร้องหลายคดี ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่เคยหนีหรือโวยวายแต่อย่างใด หากบริสุทธิ์จริงควรต่อสู้กันที่ศาล ไม่ควรตีโพยตีพายและใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม