รวบหนุ่มตกงานทันควันหลังใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ร้านขายของชำกลางหมู่บ้าน

ภูมิภาค27 ต.ค. 2565 • 10:07 น.
รวบหนุ่มตกงานทันควันหลังใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ร้านขายของชำกลางหมู่บ้าน

วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธมีดปลายแหลม ความยาว ประมาณ 6-7 นิ้ว เข้าจี้ชิงทรัพย์ นางเทียมตา อายุ 68 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขายของชำในหมู่บ้าน บ้านไร่ ม.9 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว ได้เงินสดไปประมาณ 2,000 บาท เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว แล้วหลบหนีไปด้าน จนท.ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางหลักที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีแต่ไม่พบตัวและส่งชุดสืบสวนออกติดตามตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ สภ.เมืองสระแก้ว เข้าจับกุมคนร้าย ทราบชื่อคือ นายนันทกรณ์ อายุ 25 ปี อยู่ ม.1 ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี

ซึ่งปัจจุบันเช่าบ้านพักอาศัยอยู่กับแฟน ในต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว จับได้ที่ห้องพักใน ม.2 ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว พร้อมของกลาง เงินสด 150 บาท ส่วนเงินที่เหลือจากการใช้ซื้อของกิน เติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ และพาบุตรไปเล่นเครื่องเล่นที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี , อาวุธมีดปลายแหลมพร้อมซอง 1 เล่ม รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียน 1 กญ 8515 สระแก้ว , เสื้อ-กางเกง- รองเท้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ และหมวกกันน็อคสีดำ  

สอบถามเบื้องต้น ให้การว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพรับจ้างตัดไม้ยูคา และไม่มีงานทำประจำ ซึ่งต่อมาได้ทะเลาะกับแฟนเพราะไม่มีเงินให้ลูก แล้วลูกอยากเล่นของเล่น และแฟนก็ไม่มีเงิน จึงบอกแฟนว่าจะกลับบ้านก่อนขับรถจักรยานยนต์ไปก่อเหตุแล้วหลบหนีกลับมาที่ห้องพักพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกไปกินข้าวและเติมน้ำมันที่บ้านหนองนกเขา ก่อนจะไปรับแฟนที่ทำงานอยู่ห้างสรรพสินค้า พร้อมพาลูกไปเล่นของเล่นแล้วกลับไปส่งลูกให้กับแฟนที่ห้องพักก่อนจะหลบหนีมาอยู่ที่รีสอร์ทก่อนถูกจับกุม ทั้งนี้ยังให้การอีกว่า ที่เล่นเว็บพนันออนไลน์เพราะว่าเห็นโฆษณาในสื่อออนไลน์เฟซบุ๊กว่าได้เงินจึงไปเล่นบ้าง

โดย จนท.จึงแจ้งข้อหาว่า ใช้อาวุธก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์และใช้ยานพาหนะหลบหนี , เสพสารเสพติดโดยใช้ยานพาหนะ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป