“สมุทรสาคร”ส่งโครงกระดูกวาฬโบราณ”ไปพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติธรณีวิทยาฯ จ.ปทุมธานี “เพื่อฟื้นฟูสภาพ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าหลังจากได้ชาวบ้านในท้องที่ ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว ได้ขุดบ่อดินแล้วพบโครงกระดูกส่วนหนึ่งของปลาวาฬ ซึ่งคาดว่า เป็นซากกระดูกตั้งแต่ยุคโบราณอายุกว่า 2 พันปี “เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2563” ต่อมานั้นทางจังหวัดก็ได้มีการเรียกจัดหารือกันถึงแนวทางที่จะขอนำไปดูแลเพื่อเก็บรักษากระดูกชิ้นนี้ เพื่อให้สำหรับชาวสมุทรสาครได้เป็นสมบัติของทุกคนเพื่อไว้ชมและศึกษาเพื่อต่อยอดไปสู่แหล่งเรียนรู้ และการท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตามต้องหาทีมผู้ที่เชี่ยวชาญมาทำการขุดขึ้นมาเพื่อนำไปประกอบขึ้นรูปใหม่คงเดิมตามกระดูกชิ้นส่วนต่างๆ
“ทั้งนี้เบื้องต้นมี 3 ทางเลือก คือ เก็บไว้ที่ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 (สมุทรสาคร) ต.บางหญ้าแพรก, ที่อควอเรี่ยม ต.โคกขาม สมุทรสาคร และหรือเก็บไว้ดูแลในเขตพื้นที่ ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว ในฐานะเป็นพื้นที่ขุดพบ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ล่าสุดเมื่อ 7 ธ.ค.” มีนางสาวพรรณิภา แซ่เทียน นักธรณีวิทยาชำนาญการ กองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาติดตามความร่วมหารือว่า การเก็บรักษากระดูกชิ้นดังกล่าวซึ่งจะต้องควบคุมอุณหภูมิที่ 25 องศาเซลเซียส เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพของโครงกระดูกปลาโบราณนี้ด้วย
ต่อมานายมนตรี เหลืองอิงคะสุต รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และคณะ ได้มาที่บ่อของผู้ขุดพบซากปลาวาฬ ในเนื้อที่ 400 ไร่ของ บจก.ไบรท์ บลู วอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น หมู่ 5 ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบอายุและกู้ชิ้นไว้ ปรากฏว่า เป็นแค่ส่วนหัวกะโหลกซากดึกดำบรรพ์ยาว 3 เมตร โดยมี น.ส.พรรนิภา แซ่เทียน นักธรณีวิทยาชำนาญการกองคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์กรมทรัพยากรธรณี ได้ร่วมกันพิสูจน์
ด้านน.ส.พรรนิภา แซ่เทียน เผยว่า ในการนี้ต้องมิให้ซากปลาต้องกระทบกับอากาศนานๆ จึงต้องเสนอขนย้ายไป “ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี” ในเบื้องต้นจึงทำการเข้าเฝือกไว้และเคลือบน้ำยาเคมี เพื่อให้ทนต่อการเคลื่อนย้ายและรักษาเพื่อศึกษาวิจัยต่อไป อย่างไรก็ตามก่อนจะส่งคืนมาจัดแสดงโชว์ไว้ที่สมุทรสาครต่อไป