ฟ้าผ่าสายไฟฟ้า เผาวอดโกดังเก็บถุงบิ๊กแบ็ก ยายหอบหลาน 3 ขวบ กำลังนอนหลับหนีรอดหวุดหวิด
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 เม.ย. ร.ต.อ.ธนวรรษ กันทเสน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยโป่ง ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ โกดังเก็บถุงบิ๊กแบ็ก ถ.หนองหว้า ต.ห้วยโป่ง จ.ระยอง จึงประสานหน่วยดับเพลิงเทศบาลเมืองมาบตาพุด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ หน่วยกู้ภัยสยามรวมใจระยอง เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบเปลวไฟและควันไฟสีดำทะมึน พวยพุ่งออกมาจาก โกดังขนาดใหญ่ ที่ปิดทึบด้วยเมทัลชีส ไฟกำลังลุกอย่างหนักอยู่ภายในโกดัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงเข้าไปเปิดประตูด้านหน้าออก แล้วฉีดน้ำเข้าไปดับไฟ แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะภายในโกดังมีถุงบิ๊กแบ็กที่เป็นเชื้อไฟอย่างดี และยังพบรถโฟล์คลิฟท์ อีก 2 คัน ที่ใช้ก๊าซแอลพีจี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องฉีดน้ำหล่อถังก๊าซไว้ เพื่อไม่ให้เกิดระเบิด ส่วนรถดับเพลิงอีก4คัน ได้ช่วยกันฉีดสกัดเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถสกัดเพลิงไว้ได้ แต่โกดังและวัตถุภายในถูกเผาจนวอดทั้งหมด ตัวอาคารโกดังถูกไฟเผาจนเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงกันเป็นพื้นที่อันตราย ห้ามเข้าไป เกรงว่าจะพังลงมา
จากการสอบสวน ยาย อายุ 70 ปี คนดูแล ได้ให้การว่า ตนเองเป็นผู้ดูแลโกดัง ซึ่งเป็นโกดังเก็บถุงบิ๊กแบ็กที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ก่อนเกิดเหตุ อยู่กับหลานชายอายุ 3 ขวบ ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ โดยเป็นช่วงที่ฝนกำลังตกลงมาพอดี ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้ได้ยินเสียงฟ้าผ่า ไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเห็นควันไฟและเปลวไฟกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณสายไฟตรงเสา จึงรีบอุ้มหลานที่กำลังนอนหลับออกไปด้านนอก โดยวิ่งไปฝากยังบ้านข้างเคียง ให้ช่วยโทรแจ้งรถดับเพลิง กาอนจะเข้าไปเข็นรถจยย.ออกมา พบว่า เปลวไฟได้ลุกโหมอย่างรวดเร็ว ประกอบกับลมแรงแม้ว่าฝนจะตกแต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะไฟลุกไหม้อยู่ภายใน โชคดีมากที่เห็นก่อน ไม่งั้นตนเิงกับหลานอาจจะออกมาไม่ทัน
ด้านนายกฤตภาส น้อยจันทร์ อายุ 48 ปี พนักงานดับเพลิง ได้เปิดเผย นาทีดับไฟว่า ตนเองได้ขับรถเข้าไปในจุดที่ใกล้โกดังมากที่สุด พบรถโฟล์คลิฟท์สองคันที่ติดตั้งถังก๊าซแอลพีจี พนักงานดับเพลิงจึงพยายามฉีดน้ำหล่อเย็นถังก๊าซบนรถโฟล์คลิฟท์ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดระเบิดขึ้น จนกระทั่งรถดับเพลิงอีก4คันสามารถดับเพลิงไว้ได้ทัน ก่อนที่จะลามมาถึงถังก๊าซ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าต้นเพลิงเกิดจากฟ้าผ่าลงมาที่สายไฟที่ต่อเข้าไปในโกดัง แต่ถึงอย่างไรต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งจึงจะสรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริง ส่วนเจ้าของโกดังทราบเรื่องแล้ว แต่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพ พบว่าไม่มีการทำประกันไว้ มูลค่าความเสียหายตรวจสอบเบื้องต้น มีรถโฟล์คลิฟท์2คัน และ ตัวอาคารที่เสียหายทั้งหลัง รวมถึงทรัพย์สินภายในโกดังถูกเผาเสียหายทั้งหมด คาดมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท