เมียนมา ส่งตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดตัวเป้ง กลับไทย ผ่านท่าขี้เหล็ก-แม่สาย ผบช.ภ.5 ชี้ยังเหลืออีก 53 ราย
วันที่ 9 มี.ค.2566 มีรายงานว่า ที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 ไทย-เมียน มา อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ ผบก.ภ.จว.แพร่ พ.ต.ต.อนัญวัฒน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.327 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงราย ทหารกองกำลังผาเมือง ฯลฯ ได้เดินทางไปรับตัวนายเจษฎา (เจย) ชาว อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ผู้ต้องหาคดี " ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน" ของไทยและ ป.ป.ส.ประกาศเป็น 1 ในผู้ต้องหาเป้าหมายใน 2565 จากผู้ต้องหารายสำคัญทั้งหมด 23 เป้าหมาย วงเงินรางวัลรวม 43,900,000 บาท
โดยการส่งมอบตัวดังกล่าวเคยเลื่อนมาครั้งหนึ่งแล้วหลังจากฝ่ายไทยและเมียนมา เคยตกลงจะส่งมอบตัวในวันที่ 24 ก.พ.2566 โดยในครั้งนี้ทางหัวหน้าตำรวจท่าขี้เหล็ก หัวหน้า หน่วย ปส. ท่าขี้เหล็ก และ ตม.ท่าขี้เหล็ก ได้ควบคุมตัวนายเจษฎามาส่งมอบให้ ซึ่งทางฝ่ายไทยได้แสดงความขอบคุณและรับตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ ต่อไป
เนื่องจากคดีของนายเจษฎา นั้นเกิดขึ้นที่ จ.แพร่ หลังจากเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ สภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 60,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์เมื่อสอบสวนขยายผลทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่านายเจษฎา เป็นผู้ว่าจ้างจึงได้ขออมุัติออกหมายจับศาลอาญาที่ จ.177/2559 ลงวันที่ 22 ก.ค.2559 แต่ขณะออกติดตามหาตัว ปรากฎว่านายเจษฎาได้หลบหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาทำให้เมื่อวันที่ 19-23 ก.พ.2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 5 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 และคณะได้เข้าร่วมประชุมทวิภาคีไทย-เมียนมา เรื่องความร่วมมือป้องกันและปราบปรามยาเสพติดครั้งที่ 24 ณ กรุงย่างกุ้ง และเมืองปูตาโอ รัฐกะฉิ่น ประเทศเมียนมา จากนั้นได้ขอความร่วมมือทางการเมียนมาให้จับกุมตัวส่งมาดำเนินคดีในฝัง่ไทย
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากหลบหนีไปอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก นายเจษฎา ยังเข้าไปลงทุนเปิดสถานบันเทิง "ไฟท์ บาร์" ที่เมืองมะก๋าหัวคำ จ.ท่าขี้เหล็ก และพักที่โรงแรมหรูชื่อ 1G1 ติดกับลำน้ำสายโดยมีชื่อรู้จักกันวงการว่า "อาผ่า" ซึ่งหลังจากที่ทาง ป.ป.ส.ไทย ได้ประสานกับ ป.ป.ส.เมียนมา ก็ได้ทำให้นายเจษฎา ถูกจับกุมตัวขณะพักอยู่ในโรงแรม แต่เนื่องจากต้องคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมืองทำให้ถูกจำคุกที่ จ.เชียงตุง ทำให้ต้องรอให้พ้นโทษเดิมและยังต้องพาตัวไปส่งที่ชายแดนด้าน จ.ท่าขี้เหล็ก
ขณะที่วงเงินรางวัลนำจับนายเจษฎาโดย ป.ป.ส.นั้นได้ลดลงจากเดิม 2 ล้านบาทเป็น 1 ล้านบาท ทั้งนี้เครือข่ายยาเสพติดในคดีนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าเป็นเครือข่ายบ้านผาขาว ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มมูเซอในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ตั้งอยู่ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
ทางด้าน พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า การส่งมอบผู้ต้องหาในครั้งนี้ประสบความสำเร็จได้เนื่องจากการประชุมทวิภาคีร่วมระหว่างไทย-เมียนมา และตามข้อมูลของ ภ.5 ยังพบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับที่คาดว่าน่าจะหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านอยู่อีกประมาณ 53 ราย ซึ่งก็กำลังอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อการติดตามจับกุมตัวเหมือนรายนี้ทำให้น่าจะมีการทยอยส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป.