จนท.สรรพากรตุ๋นจ่ายภาษีธงฟ้าประชารัฐโคราช 7 ล้าน คดีไม่คืบกลุ่มผู้เสียหายขอความช่วยเหลือสภาทนายความ

ภูมิภาค23 มี.ค. 2565 • 15:43 น.โดย เกษม ชนาธินาถ
จนท.สรรพากรตุ๋นจ่ายภาษีธงฟ้าประชารัฐโคราช 7 ล้าน  คดีไม่คืบกลุ่มผู้เสียหายขอความช่วยเหลือสภาทนายความ
รายงานความคืบหน้าคดีกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ พื้นที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ถูกบุคลากรของสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาโนนไทย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจัดเก็บรายได้วางกลอุบายให้เสียภาษีในอัตราที่เกินความเป็นจริงโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กลุ่มผู้เสียหายไว้เนื้อเชื่อใจความเป็นข้าราชการและการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีจึงหลงเชื่อโอนเงินให้ทำเกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท มีการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับนายวัชรพงษ์ จิโสะ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้าจะเป็นรูปธรรมทั้งดำเนินคดีกับผู้ประกอบเหตุและผู้เสียหายมีวี่แววได้รับเงินคืนแต่อย่างใด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่สำนักงานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ถนนสืบศิริ ซอย 3 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา กลุ่มผู้เสียหายโดยมีนายวรวรรณธน์ โพธวัฒน์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านพรวนมินิมาร์ท เลขที่ 299 หมู่ที่ 4 ต.สายออ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา พร้อมพวกรวม 38 คน ได้นำหลักฐานเข้ายื่นขอความช่วยเหลือจากนายพรเทพ เจริญพงศ์อนันต์ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางความหวังที่ส่อให้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่ค่อข้างริบหรี่ นายพรเทพ ประธานสภาทนายความจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องและสภายินดีให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทั้งหมด โดยได้จัดประชุมทีมงานทนายและตั้งทนายอาสากว่า 20 คน โดยมีนายบุญนาค วัฒนสันติพงศ์ เป็นหัวหน้าทีมในการช่วยเหลือผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อ เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันโดยศึกษาข้อมูลรูปคดี เบื้องต้นรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมนำไปสู่การแต่งตั้งทนายความอาสา 1 คน ต่อ 2 คดี นอกเหนือจากการฟ้องร้องผู้กระทำความผิดแล้วมีการดำเนินการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่นกรมสรรพากร เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมาร่วมรับผิดชอบเกี่ยวกับการละเมิดในครั้งนี้ สำหรับความผิดทางอาญามีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป นายวรวรรณธน์ เปิดเผยว่า วิงวอนสภาทนายความช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด เพื่อให้ประชาชนที่ทำมาหากินด้วยความสุจริตไม่ถูกรังแกและลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง สำหรับความเสียหายของตนนั้น ถูกเจ้าหน้าที่สรรพากรสาขา อ.โนนไทย รวมทั้งผู้แอบอ้างหลอกลวงมีความต่อเนื่องนาน 4 ปี รวมเป็นเงิน 5.6 ล้านบาท เชื่อว่ามีผู้เสียหายมากกว่านี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนติดต่อประสานงานมาแจ้งความดำเนินคดี