ผู้ว่าฯตรังลงพื้นที่เขาควนเหมียง ตรวจสภาผืนป่าหลังชาวบ้านค้านสัมปทานระเบิดหิน
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผวจ.ตรัง พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ดวงมณี นายอำเภอห้วยยอด เดินทางไปยังพื้นเขาควนเหมียง เทือกเขาถ้ำแรด หมู่ 1 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังจากที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งยื่นขอประทานบัตร ขอสัมปทานทำโรงโม่หินเพื่อระเบิดหิน แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวไม่เห็นด้วยและออกมาคัดค้าน แม้ว่าทางบริษัทเอกชนจะอ้างสิทธิว่าเป็นพื้นที่เขตประกาศแหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) และคณะรัฐมนตรี ต่อมากลุ่มชาวบ้านได้ยื่นหนังสือกับ ผวจ.ตรัง ให้ดำเนินการเพิกถอนแหล่งหินในพื้นที่ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ทั้งนี้หลังจากที่ชาวบ้านทราบว่า ผวจ.ตรัง พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ได้รวมตัวกันมาให้การต้อนรับ จากนั้น ผวจ.ตรัง เข้าสำรวจบริเวณเขาควนเหมียง ด้วยการใช้วิธีเดินเท้า ผ่านลำห้วย บ้านเรือน พื้นที่สวนยางพารา และพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน และแสดงจุดยืนคัดค้านการสัมปทานไม่เอาโรงโม่หินอย่างเด็ดขาด การสำรวจเบื้องต้น พบว่าเขาควนเหมียง อยู่ในเทือกเขาถ้ำแรดที่ตั้งเรียงรายเชื่อมต่อกันมีประมาณ 12 ลูก เนื้อที่ประมาณ 96 ไร่ ถูกประกาศให้เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี 2484 สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์เป็นป่าต้นน้ำ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่บริเวณพื้นราบติดเชิงเขาชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินมายาวนานผ่านการครอบครองเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินอย่างถูกต้อง มีการอุทิศที่ดินให้เป็นเส้นทางถนน เพื่อใช้สัญจรไปมาร่วมกัน และในรัศมีประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นแหล่งชุมชนซึ่งมีทั้งบ้านเรือน วัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถี ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านในพื้นที่ตื่นตัวจะผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.ตรัง ไป
นายลือชัย เปิดเผยว่า หลังเดินเท้าตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงแล้วเสร็จ ตนมาดูข้อมูลข้อเท็จจริงให้เห็นด้วยตา ก็พบว่าพื้นที่จะขอสัมปทานอยู่ติดบ้านเรือน ติดพื้นที่ทางการเกษตร แหล่งน้ำ ภูเขาเรียงรายอยู่หลายลูกสภาพอากาศ และธรรมชาติดีมาก โดยชาวบ้านมีเอกสารสิทธิติดพื้นที่จะขอสัมปทาน และยังถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2484 ตนมองแล้วเห็นว่าสภาพพื้นที่สมควรจะสงวนรักษาเอาไว้ ให้เป็นธรรมชาติ
ผวจ.ตรัง กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะไปดูแผนที่แนบท้ายประกาศเขตอุตสาหกรรมแหล่งหิน ตั้งแต่ปี 2554 ว่าตามแผนที่แนบท้ายประกาศไปสิ้นสุดตรงไหน และใครเป็นคนออก รวมทั้งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งอุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ดินมาประชุมร่วมกัน เพื่อนำข้อมูลและภาพถ่ายที่ตัวเองได้ในครั้งนี้ รวมกับข้อมูลของฝ่ายราชการที่มีอยู่นำมาวิเคราะห์และลงความเห็นร่วมกัน เพื่อเสนอขึ้นไปยังคณะกรรมการระดับชาติที่รับผิดชอบ และคณะรัฐมนตรีให้ทำการยกเลิก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะหากมีการยกเลิกแผนที่ได้ ก็จะรักษาพื้นที่ไว้ได้ ในยุคต่อๆไปใครจะยื่นขอสัมปทานอีกไม่ได้
“ขอให้ชาวบ้านสบายใจได้ หากชาวบ้านไม่ยินยอมก็ทำไม่ได้ประกอบกับธรรมชาติมีน้อยแล้ว เราต้องรักษาไว้ ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่ทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น เพราะหากมีการสัมปทานระเบิดหิน สร้างโรงโม่หินจริงไม่ใช่เฉพาะชาวบ้านใน หมู่ 1 ต.ปากแจ่ม จำนวน 235 ครัวเรือนเท่านั้น แต่พื้นที่โดยรอบย่อมได้รับผลกระทบด้วย” นายลือชัย กล่าว