เปิดใจผู้เสียหายนำควายแลกเงินลงทุนแชร์แครอทสุดท้ายถอนเงินคืนไม่ได้ขาดการติดต่อ
เปิดใจผู้เสียหายนำควายแลกเงินลงทุนแชร์แครอท สุดท้ายถอนเงินคืนไม่ได้ ขาดการติดต่อ ไปตามควายคืนพบตายไป 2 ตัว อีก 7 ตัวผอมไม่ได้กินข้าวกินน้ำ ก่อน ดร.คนดังจะเอาควายไปขายหนีหนี้ เจ้าตัวเผยเกือบใช้เชือกเลี้ยงควายผูกคอตายไปแล้ว
วันที่ 22 ต.ค.2567 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายเดชชาติ อายุ 60 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้เสียหายที่ลงทุนในคดีแชร์แครอท กล่าวว่า ได้นำควาย 9 ตัว มาขายเพื่อนำเงินมาลงทุนเปิดพอร์ต และ เทรดกับโบรกเกอร์ WCF ที่มี ดร.ภานุวัชร เป็นมาสเตอร์และประธานบริษัท โดยได้ตีราคาควายทั้ง 9 ตัวเป็นเงิน 700,000 บาท ก่อนจะนำมูลค่าเงินดังกล่าวไปเปิดพอร์ตให้ 2 ตัว รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท และทอนเงินคืนให้จำนวน 60,000 กว่าบาท แต่สุดท้ายไม่สามารถเบิกถอนเงินคืนได้ และไม่สามารถติดต่อ ดร.ภานุวัชร ได้อีก ไปตามที่สำนักงานในพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบว่าไม่มีใครอยู่ ควายที่ขายให้ตายไป 2 ตัว ส่วนอีก 7 ตัวซูบผอมไม่ได้กินข้าวกินน้ำ จนกระทั่งมาทราบอีกครั้งว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วและควายก็หายไปทั้งหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งเชือกควายซึ่งในวันทีไปพบควายหากพบเชือกผูกควายยังเหลืออยู่ คงผูกคอตายตามควายไปแล้วเพราะตอนนี้ครอบครัวแตกแยก ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
โดย นายเดชชาติ กล่าวว่า ได้ไปสมัครเป็นสมาชิกธุรกิจขายตรงอาหารเสริมของบริษัท ในซอยนาทอง ชั้น 7 ถ.รัชดา กรุงเทพฯ ขณะนั้นได้พบกับ ดร.ภภานุวัชร ซึ่งตอนนั้นอายุไม่มากและยังไม่ได้เป็น ดร. แต่เป็นแม่ข่ายแล้ว และยังเรียนหนังสืออยู่ ก่อนที่ตนเองและ นายภานุวัชร จะออกจากบริษัทไป เพราะการบริหารล้มเหลว หลังจากที่นายภ.ออกไปก็ไปบริหารอีกหลายบริษัท และเรียนต่อจนได้เป็น ดร. ก่อนจะมาเจอกันอีกครั้งที่ บริษัทเกี่ยวกับอาหารทะเล เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่เปิดตอนกลางคืน และมีการทำธุรกิจขายตรง ตนเองได้ไปสมัครเป็นสมาชิก โดย ดร.ภานุวัชรได้ใช้วาทะศิลป์กล่อมให้แฟนเจ้าของบริษัทลงทุนเปิดบริษัทขายตรงด้วยกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีชื่อนำหน้าตัว "W"แต่จำชื่อบริษัทไม่ได้แล้ว เปิดทั้งในไทย และกัมพูชา แต่ที่ไทยดร.ภ บริหารล้มเหลวอีกครั้ง แต่ที่กัมพูชาสามารถไปต่อได้จนถึงปัจจุบันนี้
นายเดชชาติ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อเข้าไปเป็นสมาชิกของ ดร.ภานุวัชรนั้น จะมีการอบรมการเทรดเหมือนกันโดยจะเอาวัยรุ่น นศ.เข้ามา และที่เอากลุ่มนี้เข้ามาเรียนรู้เพราะว่าพ่อ-แม่ก็ได้ไปนั่งฟังด้วย จะล้างสมองลูกก่อน พอลูกอยากลงทุนเทรดพ่อแม่ก็จะหาเงินให้ลูกลงทุนเพราะว่าลูกอยากทำ ซึ่งตนเองเป็นสมาชิกบริษัทนี้ได้ 2-3 เดือน รู้สึกเหมือนถูกเอาเปรียบ และไม่น่าจะใช่ เพราะคนอย่าง ดร.ภานุวัชรนั้น คำพูดสวยหรูแต่การกระทำไม่ได้ตามที่พูด และเป็นคนคิดการใหญ่ จึงออกมาจากบริษัท แต่ก็มีเจอกันบ้างก็ทักทายธรรมดา
จนกระทั่ง ดร.ภานุวัชร บริหารบริษัทนี้ล้มเหลวอีกครั้ง และไปเปิดโรงเรียนสอนภาษาหลายแห่งตามจังหวัดต่างๆ เมื่อช่วงปี 2557 ขณะนั้น ดร.ภานุวัชรเริ่มมีการเรียนรู้วิธีการเทรดแล้ว มีการชักชวนคนมาร่วมเทรด โดยเฉพาะข้าราชการครูและนักศึกษาที่มาเรียนโรงเรียนสอนภาษาตัวเอง ครูและนศ.ที่มาเรียน จะถูก ดร.ภานุวัชรพูดโน้มน้าวเชิญชวนลงทุนเทรดบอกตัวเองมีความรู้ความสามารถ พอเกิดความโลภความอยากได้ก็ลงทุนเข้ามา และก็บริหารล้มเหลวอีกครั้งกระทั่งมาเปิดบริษัท WCF จนถึงปัจจุบันนี้
ทั้งนี้ ได้เจอ ดร.ภานุวัชรอีกครั้ง หลังจากมีเพื่อนๆชักชวนไปร่วมเทรด WCF แต่ตนเองยังไม่ลงทุนทันที เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ 20 วัน จึงตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนเทรดเงิน เพราะมีเพื่อนๆที่เป็นพรรคพวกกันส่งภาพรถ BMW มาให้ดูบอกว่า ดร.ภานุวัชรทำได้มีเงินซื้อรถจริงๆ จริงๆตนเองแอนตี้ ดร.ภานุวัชรมาก เพราะรู้ไส้รู้พุงมาหมดเป็นคนที่คิดใหญ่มาก แต่ไม่เคยทำได้ อยากได้ปลาชิ้นใหญ่ ต้องลงทุนชิ้นใหญ่ถึงจะได้ แต่ทั้งๆที่รู้ๆและทำเพราะ รู้จักกันมาก่อน แต่ไม่ชอบนิสัยส่วนตัวที่ไม่มีความจริงใจต่อสมาชิก แต่วันนี้คำพูดของ ดร.ภานุวัชรทำให้หลายๆคนมีรายได้ ตนเองเห็นคนนั้นก็ได้ คนนี้ก็ได้ ตนเองจึงเกิดอยากมีรายได้เหมือนกัน จึงหลงเชื่อและตัดสินใจเอาด้วย
ซึ่งตอนนั้นเป็นวันที่ 14 ก.พ. 2566 เป็นวันวาเลนไทน์พอดี ตนเองไปคุยกับ ดร.ภานุวัชร ที่สำนักงาน ซึ่งถ้าใครเห็นสำนักงานตอนนั้นดูแล้วน่าเชื่อถือมาก ไปบอกว่าสนใจ แต่ไม่มีเงินสดอยากทำเทรด และเสนอไปว่าตนเองมีควายขอเปลี่ยนควายเป็นเงิน 1 ล้านบาทมาลงทุนได้ไหม โดยดร.ภานุวัชรตีราคาให้มา 700,000 บาท รวมทั้งหมด 9 ตัว ซึ่งตนเองก็ไม่เคยเห็นเงินสด กระทั่ง 3 วัน ดร.ภานุวัชรนำเข้าพอร์ตให้ 2 ตัว 600,000 กว่าบาท และทอนเงินสดให้ 60,000 กว่าบาทกลับบ้านที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งตอนนั้นครอบครัวก็หวั่นใจแต่ไม่อยากขัดใจ เพราะเชื่อมั่นว่าตนเองจะไม่ทำให้เดือดร้อน หลังจากยกควายไปให้ทั้งคอกแล้ว เริ่มมาเอะใจหลังจากถอนเงินไม่ได้ สมาชิกเป็นหมื่นคนก็ถอนไม่ได้ ดร.ภานุวัชร บอกว่า เกตุเวย์เป็นคอขวด สมาชิกลงทุนเยอะมาก ทำให้ไม่สามารถถอนได้ เพราะสมาชิกพร้อมใจกันถอนและถอนทุกวัน ทำให้ไม่สามารถถอนได้ในตอนนี้และบอกให้รอไปก่อน ทั้งยังพูดโน้มน้าวต่อว่า จะมีผลดียิ่งลงทุนทิ้งไว้ยิ่งได้ผลตอบแทนมาก ถ้าไม่ถอน10ปีจะได้เงินหลักร้อยล้าน ผ่านไปตนเองอยากถอนเงินจึงโทรไปหาหลานของ ดร.ภานุวัชร อยากให้ติดต่อ ดร.ภานุวัชรให้ แต่หลานบอกว่าต่อหา ดร.ภานุวัชรไม่ได้เช่นกัน ทั้งยังตัดสายตนเองไปด้วยและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยจนหมดความหวังที่จะได้เงินคืน จึงไปตามที่บริษัทWCF ที่ต.ศิลา พอไปถึงเห็นสภาพควาตนเองแล้วน่าเศร้า ควายผอมมาก และตายไป 2 ตัว เหลือ 7 ตัวซูบผอมทุกตัวเหมือนไม่ได้กินข้าวกินน้ำ แต่ตอนนี้อีก 7 ตัวไม่รู้เอาไปที่ไหนตอนนี้ก็ไม่สามารถตามได้อีก พอดร.ภานุวัชรหายไป ควายก็หายไปด้วย ตอนนี้ติดต่อ ดร.ภ.ไม่ได้เป็นปี มีแค่คลิปเสียงร้องไห้ส่งมาให้ในกลุ่มไลน์ WCF ซึ่งมี 2 กลุ่ม กลุ่มรัก ดร. กับ กลุ่มที่อยากได้ทรัพย์สินคืน ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็ไม่ถูกกัน แต่ตอนนี้รถที่ให้สมาชิกตอนนี้ก็ไม่เห็นเหลือสักคัน ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร รวมทั้งบ้านและทรัพย์สินใหญ่ๆหลายอย่าง ตอนนี้สำนักงานได้เปลี่ยนมือไปแล้ว ไม่ใช่ของ ดร.ภานุวัชร ตอนนี้ตนเองก็ไม่ได้เงินคืน ควายก็หายไป เชือกควายก็หายไป ถ้าตอนนั้นเชือกยังอยู่ตนเองคงผูกคอตายไปแล้ว"
นายเดชชาติ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ที่วันนี้ที่กล้าออกมาพูดกับนักข่าว เพราะตอนนั้นเหมือนพูดคนเดียวคงไม่มีใครเชื่อ ไม่มีพรรคพวกเพราะมีแต่กลุ่มรักภานุวัชร กล่อมหูกันอย่าไปแจ้งความถ้าแจ้งคว่มแล้วก็จะไม่ได้อะไรคืน และสิ่งที่สมาขิกกลัวคือเหมือนขู่เอาไว้ว่าถ้าไปแจ้งคงามจะไม่ได้คืน วันนี้ที่ออกมาพูดน่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ตนเองอยากไปหาพี่หนุ่มกรรชัยแต่ไม่มีพวกไป ในกรณีของกลุ่มผู้เสียหายที่เป็นพระสงฆ์นั้น ตนเองมองไว้สองอย่างคือ ดร.ภานุวัชรเคยบวชเรียนมา และมีการพูดการบรรยายจะใช้คำเกี่ยวกับธรรมผสมผสานกันไป และนิสัยคนไทยจะชอบแนวนี้ พูดไทยผสมภาษาบาลี เป็นคนที่มีวาทะศิลป์เก่งมาก ยกตัวอย่างถ้ามีคนร้าย1คนเจอคำพูดของภานุวัชรก็ไม่ฆ่าภานุวัชรตายแน่นอน แต่วันนี้ภานุวัชรพลาดแล้ว ที่ผ่านมายังไม่สำเร็จเงินยังไม่เยอะพอ แต่วันนี้มูลค่าความเสียหายเยอะ ได้เงินเยอะ หนีไปต่างประเทศได้ ซึ่งในวันที่กฎหมายผู้หลักผู้ใหญ่สามารถเอาผิดภานุวัชรได้ทำไมไม่รีบทำ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องถึงเงียบหายไปได้ไม่จบไม่สิ้น พอมีข่าวดิไอค่อนเข้ามา พวกนี้ก็ถูกกวาดล้างไปด้วย และเชื่อว่าต้องมีอีกหลายบริษัทที่ทำแบบนี้จะต้องถูกตรวจสอบไปด้วย ตอนนี้ไม่ทราบว่าภานุวัชรอยู่ไหน แต่เท่าที่ทราบคือมีเครือข่ายที่ สปป.ลาว มีเจ้าใหญ่นายโตที่ดร.ภานุวัชรรู้จัก รวมทั้งที่กัมพูชา และเมียนมา ที่ดร.ภานุวัชร มีพรรคพวกอีกทาง ที่จะเป็นแหล่งกบดานกลุ่มธุรกิจสีเทาไว้พักพิง ส่วนประเทศไทยคงไม่อยู่แล้ว
พร้อมกันนี้หากดร.ภานุวัชรดูอยู่ อยากบอกว่าให้กลับมาเคลียร์กับสมาชิก เพราะความเดือดร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ทุกคนหมดเนื้อหมดตัวไปกับสิ่งที่คุณทำแพลตฟอร์มปลอมนี้ขึ้นมา ทำคนจนลงเรื่อยๆ ไม่ได้ทำให้ใครรวย ไร้อาชีพ บางคนลาออกจากครู จากงานที่มั่นคงเพราะ WCF ถ้าหากกลับมาอาจจะผ่อนจากหนักเป็นเบาได้ อยากให้กลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ คุณอาจรู้สึกเป็นทุกข์ แต่คนที่คุณทำเป็นทุกข์กว่าคุณ ต้องอยู่อย่างลำบาก ทำครอบครัวเดือดร้อน ถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายพอ มาตายที่ประเทศไทยดีกว่า อย่าตายที่ต่างประเทศเลย ณ วันนี้ ถ้าภานุวัชรเอาควายมาคืน ตนเองก็ไม่รับ เพราะขายไปแล้วก็ต้องการเงินคืนในส่วนของสองพอร์ตคืนมา ไม่ขอเอาเป็นควายเพราะขายไปแล้วมีศักดิ์ศรีพอ ตอนนี้ตนเองบ้านแตกจากการกระทำของตนเอง ใช้ชีวิตลำบาก ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ ใครไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้จะไม่รู้เหมือนเรา อยากให้กฎหมายเอาผิด ดร.ภานุวัชรกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด