แม่เปิดใจทั้งน้ำตาเชื่อลูกลงมือฆ่าพ่อ เพราะปกป้องเห็นถูกตบตีบ่อย
บุรีรัมย์ แม่เปิดใจทั้งน้ำตา เชื่อที่ลูกชายก่อเหตุทำร้ายพ่อตัวเองเสียชีวิต เพราะปกป้องแม่ที่เห็นถูตบตีแม่เป็นประจำ คว้าท่อนไม้กระหน่ำตีศรีษะพ่อจนกะโหลกยุบเลือดไหลนองพื้นอาการสาหัส อสม.เพื่อนบ้านรีบวิ่งมาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนแจ้งกู้ภัยนำส่ง รพ.แต่เสียชีวิต หลังก่อเหตุนั่งรอมอบตัวในที่เกิดเหตุ
วันนี้(17 เม.ย.63) ความคืบหน้ากรณีที่นายเล็ก อายุ 30 ปี ชาว ต.ละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้ก่อเหตุใช้ท่อนไม้ยูคาลิปตัสกระหน่ำตีที่ศรีษะของนายยอม เงางาม อายุ 63 ปี ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตขณะนอนอยู่ในเปลข้างบ้าน เมื่อช่วงสายวานนี้ (16 พ.ค.63)
ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น นายเล็ก ผู้ต้องหา ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ได้ทำร้ายพ่อจริงเพราะไม่พอใจที่เห็นพ่อเมาแล้วชอบทำร้ายแม่บ่อยครั้ง แต่ไม่เจตนาจะให้ถึงเสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายบุพการีเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” พร้อมคัดค้านประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และเตรียมส่งฝากขังศาลจังหวัดนางรองในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค.) ส่วนจะให้ประกันตัวในชั้นศาลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
ส่วนบรรยากาศที่วัดในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของนายยอม ผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยเฉพาะนางรจนา ภรรยา ก็ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดเหตุขึ้น เพราะต้องนอกจากสามีจะเสียชีวิต ลูกชายก็ต้องมาถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าพ่อ
ซึ่ง นางรจนา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเองรักทั้งสามี และลูก แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมาก็มีปัญหาในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องที่สามีชอบดื่มเหล้าเมาแล้วมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อย แล้วเวลาเมาสามีจะชอบตบตีตนเองให้ลูกเห็นมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันตนก็ถูกสามีทำร้าย และตอนนั้นสามีก็จะพกมีดติดตัวตลอดจนกลัวนอนไม่หลับ จนลูกชายต้องมานอนเฝ้าหน้าประตูห้อง เพราะเป็นห่วงแม่กลัวพ่อจะเข้าไปทำร้าย ก็เสียใจที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
แต่ก็เชื่อว่าที่ลูกชายทำไปเพราะต้องการปกป้องไม่อยากให้พ่อมาทำร้ายแม่อีก ประกอบกับลูกชายก็มีอาการป่วยเป็นจิตเวชมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ไปรักษาและรับยามากินเป็นประจำ โดยมีบัตรผู้ป่วยจิตเวช และยาที่รับจากแพทย์มายืนยันด้วย หัวอกคนเป็นแม่ก็รักและห่วงลูกไม่อยากให้ติดคุก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงหากศาลท่านเมตตาให้ประกันตัวได้ ก็จะพยายามหาเงินไปประกันตัวลูก
ขณะที่นางสุปัน นามวิเศษ อายุ 56 ปี อสม.ในหมู่บ้าน ที่รับผิดชอบดูแลเคสนายเล็ก ยืนยันว่า นายเล็กเป็นผู้ป่วยจิตเวชจริง มีบัตรผู้ป่วย และยาที่ไปรับมาจากโรงพยาบาล แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยนายเล็ก แสดงอาการก้าวร้าว หรือทำร้ายใครเลย แต่เวลาถามอะไรก็สื่อสารรู้เรื่องเกือบจะเหมือนคนปกติ เพราะได้รับยาต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าตกใจที่นายเล็กก่อเหตุทำร้ายพ่อของตัวเองถึงขั้นเสียชีวิต ก็ไม่มีใครคาดคิด แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องในครอบครัว ที่อาจจะรู้สึกฝังใจที่เคยเห็นพ่อเมาแล้วชอบทำร้ายแม่มาตั้งแต่เด็กก็เป็นได้ แต่ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้