หนุ่มใหญ่หาย 8 วันไร้ร่องรอย ครอบครัวพึ่งไสยศาสตร์ พบถูกทักผีพาไปยังมีชีวิตอยู่ หลายหน่วยงานเร่งค้นหา
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 8 ธ.ค. 2564 นายเรืองศักดิ์ พรมมาหอม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรประชาชน รักษาการนายอำเภอมัญจาคีรี พร้อมด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลคำแคน อ.มัญจาคีรี เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 166 ม.14 บ้านห้วยแล้ง ม.14 ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เพื่อให้กำลังใจและพูดคุยกับนายหลอด เกตุสุระ และนางทองม้วน ดีมูล บิดาและมารดาของนายมัสลอง เกตุสุระ อายุ 37 ปี ที่ออกไปหาดักหนู ดักนก ก่อนที่จะ หายตัวไป 8 วันแล้วยังไม่กลับบ้าน
ในขณะเดียวกัน พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมนำรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีบรอนด์เทา หมายทะเบียน คฉจ - 427 ขอนแก่น ซึ่งเป็นของนายมัสลอง ที่มีคราบเลือดติดอยู่ไปตรวจสอบด้วยเช่นกัน
พ.ต.ท.สุรพล สินเพ็ง สว.(สอบสวน) สภ.มัญจาคีรี กล่าวว่า สิ่งของที่พบใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ญาติพี่น้องยืนยันว่าเป็นของนายมัสลอง ที่หายไปจริง ส่วนรอยเลือดที่เฟรมรถนั้น ในเบื้องต้นญาติและเพื่อนยืนยันว่า เป็นรอยเดิมที่คนหายเคยห้อยหนูไว้แล้วเลือดเปื้อนรถ แต่ตำรวจก็จะนำรถไปให้ เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่น ทำพการตรวจยืนยันตามขั้นตอนว่า เลือดทีติดอยู่นั้นเป็นเลือดพคนหรือเลือดหนู เพื่อให้ทุกอย่างชัดเจน แม่ว่าญาติพี่น้องไม่ติดใจในการหายตัวไปก็ตาม แต่ตำรวจ ต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน
ขณะที่นายเรืองศักดิ์ พรมมาหอม รักษาการนายอำเภอมัญจาคีรี กล่าวว่า ฝ่ายปกครองได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่า นายมัสลอง ได้ออกไปดักจับหนูและนกตามทุ่งนาแล้วหายตัวไป ซึ่งเมื่อรับแจ้งก็ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กู้ชีพ กู้ภัยและชาวบ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ป่าไม้และอุทยาน ลงพื้นที่ออกตามหา 3-4 วันแล้วแต่ยังไม่พบตัว ซึ่งขอยืนยันว่า จะไม่ล้มเลิกการค้นหา จะนำกำลังค้นหาจนกว่าจะพบตัว นอกจากนี้ยังต้องดูแลบิดามารดาของคนหายด้วย เพราะแก่ชรามากแล้ว ส่วนการค้นหานั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นหาในพื้นที่บนภูเม็ง ซึ่งเป็นภูเขาที่ชาวบ้านมักจะเข้าไปหาของป่า แต่ยะงไม่พบตัวและไม่พบร่องรอยใดๆ จึงยังต้องค้นหาต่อไป
ขณะที่นางบุญเสริม เกตุสุระ อายุ 49 ปี พี่สาวของนายมัสลอง กล่าวว่า น้องชายเป็นคนไม่ยุ่งและสุงสิงกับใคร และไม่เคยออกไปร้บจ้างนอกบ้าน เป็นคนไม่สูบบุหรี่ ไม่ติดยาเสพติด และไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ส่วนการออกหาดักหนู และดักนกนั้น เป็นอาชีพที่น้องชายถนัดและทำมาทั้งชีวิต โดยน้องชายจะเตรียมข้าว อาหาร พร้อมเปลออกจากบ้านไปหาจับหนู จับนกเช่นนี้เป็นประจำ ครั้งละ 3-4วันก็กลับมา โดยก่อนจะหายตัวไปนั้น เช้าวันที่ 1ธ.ค. ที่ผ่านมา น้องชายเตรียมข้าวของและขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ออกจากบ้าน เพื่อไปดักจับหนู จับนกผ่านไป 3 วัน ไม่เห็นน้องกลับบ้าน จึงไปแจ้งตำรวจ ว่า น้องชายหาย จากนั้นก็แจ้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เพื่อออกค้นหา
" กระทั่งวันที่ 6 ธ.ค.พบรถจักรยานยนต์ จอดอยู่ในป่า พื้นที่โคกคำม่วง ห่างจากหมู๋บ้านไป 3 กม. ใต้เบาะรถมีเปล และนมกล่อง เงินอีก 200 บาท แต่มีคราบเลือดที่เฟรมของรถจักรยานยนต์ จึงแจ้งตำรวจให้ไปรับรถจักรยานยนต์นำไปตรวจสอบ และในกรณีที่น้องชายไปจับหนู จับนกแล้วไม่กลับบ้านนั้น ทางบ้านไม่ติดใจสงสัยใคร เพราะน้องชายไม่เคยมีเรื่องหรือมีปัญหากับใคร จึงคิดว่าน้องชายน่าจะยังมีชีวิตอยู่"
ทางด้านนางหนูไกร แก้วเกิน อายุ 52 ปี อาของนายมัสลอง กล่าวว่า การหายตัวไปของหลานชายนั้น พ่อแม่ พี่น้อง ไม่มีใครติดใจว่าจะถูกทำร้ายหรือรับอันตราย แต่ข้องบใจว่า หายตัวไปด้วยเรื่องอะไร และอยากตามหาตัวให้พบ เพื่อพากลับมาบ้าน มาอยู่กับพ่อ แม่ จึงได้นิมนต์พระสงฆ์ไปทำพิธีเปิดป่า เปิดเขา เพื่อให้การค้นหาง่ายขึ้นและเจอตัวหลานชายโดยเร็ว
"นอกจากนี้ครอบครัว ยังได้นำ วันเดือน ปีเกิด ของหลานชายไปหาพระอาจารย์ทองดำ หรือหลวงพ่อดำ วัดพระพุทธบาตรรัตนคีรี ต.นางาม อ.มัญจาคีรี ดูดวงให้ ซึ่งหลวงพ่อ บอกว่า หลานชายยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกผีสิงร่างและผีพาไป เดินไปเรื่อยๆ ผีดูแลให้อาหารการกินทุกอย่าง แต่เมื่อไหร่ที่คนไปพบตัวหลานชาย ผีจะออกจากร่าง จากนั้นหลานชายก็จะหาทางกลับบ้าน โดยอีก 2 วัน หลานชายก็จะกลับบ้านแล้ว ให้หยุดค้นหาก่อน จึงนำเรื่องที่หลวงพ่อทักทายมา มาบอกญาติพี่น้อง ทุกคนก็สบายใจขึ้น"