แกนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประจวบแฉชายหาดเน่าหนักใช้งบสร้างไบค์เลนเถื่อนปล่อยเสาไฟสับปะรดร้าง
วันที่ 21 กรกฎาคม จ่าอากาศเอกเสกสรรค์ จันทร แกนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ. ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบการใช้งบประมาณติดตั้งเสาไฟประติมากรรมสับปะรดต้นละ 8 หมื่น ตั้งแต่สะพานสราญวิถีถึงสะพานบางนางรมระยะทาง 500 เมตรใกล้ศาลากลางประจวบคีรีขันธ์ ล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดนำเอกสารทะเบียนคุมพัสดุเสาไฟสับปะรดไปแจ้งความร้องทุกข์กรณีมีรถหน่วยราชการแห่งหนึ่งนำเสาไฟสับปะรดไปจำหน่ายที่ร้านขายของเก่าในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยรวบเอกสารร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เนื่องจากใช้งบแล้วปล่อยทิ้งร้างไร้งบซ่อม ไม่มีหน่วยใดรับเป็นเจ้าของเสาไฟ
จ่าอากาศเอกเสกสรรค์ กล่าวว่า ล่าสุดบนถนนเลียบหาดตั้งแต่สะพานบางนางรมถึงรั้วกองบิน 5 ในเขตเทศบาลเมืองฯมีการใช้งบพัฒนาจังหวัด 9.8 ล้านบาท ทำไบค์เลนเถื่อนระยะทาง 2.9 กม. ที่ผ่านมาจัดซื้อจัดจ้างโดยสำนักงานโยธาธิการจังหวัด สร้างทิ้งนาน 5 ปี ไม่เคยใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เนื่องจากทำเลนจักรยานบนถนนฝั่งเดียว เส้นทางเริ่มต้นที่หน้ากองบิน 5 มีความกว้างไม่เกิน 1 เมตร ปัจจุบันยังไม่การถ่ายโอนให้องค์กรปกครองท้องถิ่น ขณะที่ล่าสุดมีมติของหน่วยงานระดับจังหวัดแจ้งว่าเส้นทางไบค์เลนก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ประชาชนและนักท่องเที่ยวจึงใช้เป็นพื้นที่จอดรถตามปกติ
สำหรับพื้นที่บนฟุตบาทริมหาดชุมชนหัวบ้านในเขตเทศบาลเมือง มีการทำโครงการโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเมื่อ 10 ปี ก่อนโดยใช้งบเกือบ 7 แสนบาท เขียนภาพประติมากรรมลงบนพื้นใกล้ลานตากปลาเค็มของชาวประมงพื้นบ้าน ยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดออกมาชี้แจง โดยเฉพาะการเขียนภาพจระเข้บนพื้นเพื่อต้องการสื่อถึงอะไร จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สวยงามอย่างไรในแหล่งท่องเที่ยว
ทั้งนี้ จ่าอากาศเอกเสกสรรค์ กล่าวอีกว่า หลังจากมีฝนตกมีปัญหาน้ำท่วมบนถนนเลียบหาดตั้งแต่ร้านอาหารครัวอินทาวน์ถึงโรงแรมประจวบบีช จากการตรวจสอบพบว่าน้ำมีสีคล้ำมีกลิ่นเหม็น คาดว่าเป็นน้ำเสียปนกับน้ำฝนไหลผ่านท่อจากชุมชน แต่น้ำไม่สามารถไหลลงทะเลอ่าวประจวบฯได้ตามปกติ เนื่องจากเทศบาลปิดท่อน้ำทิ้งทุกจุดตลอดแนวชายหาดตามคำสั่งศาลปกครองเพชรบุรี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566
ต่อมามาทราบว่ามีการเปิดท่อเพื่อให้น้ำไหลลงทะเลตามปกติ โดยไม่มีหน่วยงานใดแจ้งเหตุผลกรณีการนำน้ำจากชุมชนไปบ่อบำบัด เครือข่ายฯจึงทำการบันทึกคลิปภาพเพื่อนำเสนอต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดขัดคำสั่งศาลอย่างชัดเจนและนำหลักฐานใหม่ยื่นให้ ป.ป.ช.
ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โทร 098-568-1744