แกนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประจวบแฉชายหาดเน่าหนักใช้งบสร้างไบค์เลนเถื่อนปล่อยเสาไฟสับปะรดร้าง

ภูมิภาค21 ก.ค. 2566 • 05:23 น.โดย พิสิษฐ์ รื่นเกษม
แกนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประจวบแฉชายหาดเน่าหนักใช้งบสร้างไบค์เลนเถื่อนปล่อยเสาไฟสับปะรดร้าง

วันที่ 21 กรกฎาคม  จ่าอากาศเอกเสกสรรค์  จันทร แกนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต  จ. ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากตรวจสอบการใช้งบประมาณติดตั้งเสาไฟประติมากรรมสับปะรดต้นละ 8 หมื่น  ตั้งแต่สะพานสราญวิถีถึงสะพานบางนางรมระยะทาง 500  เมตรใกล้ศาลากลางประจวบคีรีขันธ์  ล่าสุดยังไม่มีหน่วยงานใดนำเอกสารทะเบียนคุมพัสดุเสาไฟสับปะรดไปแจ้งความร้องทุกข์กรณีมีรถหน่วยราชการแห่งหนึ่งนำเสาไฟสับปะรดไปจำหน่ายที่ร้านขายของเก่าในเขตเทศบาลเมืองประจวบฯ ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยรวบเอกสารร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เนื่องจากใช้งบแล้วปล่อยทิ้งร้างไร้งบซ่อม ไม่มีหน่วยใดรับเป็นเจ้าของเสาไฟ

จ่าอากาศเอกเสกสรรค์  กล่าวว่า ล่าสุดบนถนนเลียบหาดตั้งแต่สะพานบางนางรมถึงรั้วกองบิน  5 ในเขตเทศบาลเมืองฯมีการใช้งบพัฒนาจังหวัด 9.8  ล้านบาท ทำไบค์เลนเถื่อนระยะทาง 2.9 กม. ที่ผ่านมาจัดซื้อจัดจ้างโดยสำนักงานโยธาธิการจังหวัด สร้างทิ้งนาน 5 ปี ไม่เคยใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า  เนื่องจากทำเลนจักรยานบนถนนฝั่งเดียว  เส้นทางเริ่มต้นที่หน้ากองบิน 5 มีความกว้างไม่เกิน 1 เมตร   ปัจจุบันยังไม่การถ่ายโอนให้องค์กรปกครองท้องถิ่น ขณะที่ล่าสุดมีมติของหน่วยงานระดับจังหวัดแจ้งว่าเส้นทางไบค์เลนก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน  ประชาชนและนักท่องเที่ยวจึงใช้เป็นพื้นที่จอดรถตามปกติ 

สำหรับพื้นที่บนฟุตบาทริมหาดชุมชนหัวบ้านในเขตเทศบาลเมือง มีการทำโครงการโดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเมื่อ 10 ปี ก่อนโดยใช้งบเกือบ 7 แสนบาท เขียนภาพประติมากรรมลงบนพื้นใกล้ลานตากปลาเค็มของชาวประมงพื้นบ้าน ยังไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดออกมาชี้แจง โดยเฉพาะการเขียนภาพจระเข้บนพื้นเพื่อต้องการสื่อถึงอะไร จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สวยงามอย่างไรในแหล่งท่องเที่ยว 

ทั้งนี้ จ่าอากาศเอกเสกสรรค์  กล่าวอีกว่า หลังจากมีฝนตกมีปัญหาน้ำท่วมบนถนนเลียบหาดตั้งแต่ร้านอาหารครัวอินทาวน์ถึงโรงแรมประจวบบีช  จากการตรวจสอบพบว่าน้ำมีสีคล้ำมีกลิ่นเหม็น  คาดว่าเป็นน้ำเสียปนกับน้ำฝนไหลผ่านท่อจากชุมชน แต่น้ำไม่สามารถไหลลงทะเลอ่าวประจวบฯได้ตามปกติ เนื่องจากเทศบาลปิดท่อน้ำทิ้งทุกจุดตลอดแนวชายหาดตามคำสั่งศาลปกครองเพชรบุรี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 

ต่อมามาทราบว่ามีการเปิดท่อเพื่อให้น้ำไหลลงทะเลตามปกติ   โดยไม่มีหน่วยงานใดแจ้งเหตุผลกรณีการนำน้ำจากชุมชนไปบ่อบำบัด เครือข่ายฯจึงทำการบันทึกคลิปภาพเพื่อนำเสนอต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดขัดคำสั่งศาลอย่างชัดเจนและนำหลักฐานใหม่ยื่นให้ ป.ป.ช.    
ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โทร 098-568-1744