พ่ออินฟลูดังบุรีรัมย์เข้าพบตำรวจ รับค้างจ่ายเงินค่าข้าวชาวนาจริง ยืนยันพร้อมชดใช้ ปัดหลายข้อกล่าวหา

ภูมิภาค24 มิ.ย. 2569 • 14:34 น.
พ่ออินฟลูดังบุรีรัมย์เข้าพบตำรวจ รับค้างจ่ายเงินค่าข้าวชาวนาจริง ยืนยันพร้อมชดใช้ ปัดหลายข้อกล่าวหา


อดีต ส.อบต. พ่ออินฟลูชื่อดัง จ.บุรีรัมย์  พร้อมทนายความ  หอบเอกสารหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา  หลังมีผู้เสียหายหลายรายแจ้งความถูกฉ้อโกง  เจ้าตัวยอมรับค้างจ่ายเงินซื้อขายข้าวชาวนาจริง เพราะตั้งราคารับซื้อสูงแต่ไปขายต่อได้ราคาต่ำขาดทุน  พร้อมชดใช้เงินที่ค้างคืน แต่ปัดหลายข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง  ยันลูกชายไม่เกี่ยวข้อง  ลั่นที่ออกมาชี้แจงช้าอยู่ระหว่างหาหลักฐาน

วันที่ 24 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ใหญ่บ้าน   ผู้รับเหมา   และชาวนาจาก 3 อำเภอ คือ เมืองบุรีรัมย์  อ.ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย  จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ราย  ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ  และแจ้งความดำเนินคดีกับนายทอง  (นามสมมติ)  อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่ง ในอำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพ่อของอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง          โดยผู้ร้องกล่าวหาว่า นายทอง  อดีต ส.อบต. คนดังกล่าว มีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงในหลายรูปแบบ  ทั้งหลอกให้นำที่ดินไปจำนองนายทุน  , กู้เงิน ธกส. , หลอกโอนที่ดินเพื่อนำไปเข้าธนาคาร หรือจำนอง  อ้างต้องการเงินไปลงทุนทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือก   โดยหลอกล่อว่าถ้าใครกู้เงินให้ไปลงทุน  จะให้ผลตอบแทน   ส่วนหนี้ก็รับปากจะรับผิดชอบจ่ายเอง    ทั้งยังหลอกให้ผู้ใหญ่บ้าน และชาวนา  นำข้าวเปลือกไปขายที่ลานรับซื้อของตนเอง  โดยใช้กลอุบายว่าจะให้ราคาสูงกว่าโรงสีหรือลานรับซื้ออื่น  พอชาวนาหลายคนหลงเชื่อนำข้าวเปลือกไปขายให้   ก็จะหลอกล่อต่อว่า  ถ้ารออีก 1-2 สัปดาห์ค่อยมารับเงินค่าข้าวที่ขาย   ราคาข้าวจะปรับขึ้นอีกแต่สุดท้ายกลับไม่ได้เงิน บางคนได้เงินมาบางส่วน
       
ล่าสุดพ่ออินฟลูชื่อดังที่ถูกแจ้งความกล่าวหา  ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์  และรับทราบข้อกล่าวหา  โดยมีนายแดง  อินทร์ประโคน   และนายต่อพงษ์   จีนใจน้ำ   ทนายความ เดินทางมาด้วย โดยนายทอง (นามสมมติ) และทนายความ ได้นำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการชี้แจงด้วย  
       
ซึ่งนายทองยอมรับว่า  ประเด็นที่ชาวนาแจ้งความร้องทุกข์ว่าค้างจ่ายเงินค่าซื้อขายข้าวนั้น  เป็นเรื่องจริง    พร้อมชี้แจงว่า สาเหตุที่ค้างจ่ายเงินซื้อขายข้าว  เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนจากการทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือกที่ ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์  ช่วงแรกก็ราบรื่นดี แต่พอเปิดได้ 2 ปี มีคู่แข่งมาเปิดรับซื้อข้าวอยู่ใกล้กัน  จึงเกิดการแข่งขันให้ราคาสูงตัดหน้า   แต่พอมีชาวนานำข้าวมาขายแล้วตนนำไปขายต่อให้กับโรงสี  กลับถูกหักสิ่งเจือปนและได้ราคาต่ำทำให้ประสบปัญหาขาดทุน   แต่ก็มีการจ่ายเงินให้กับชาวนาไปบางส่วนและยังค้างอยู่บางส่วน   ซึ่งกรณีนี้ ก็พร้อมจะรับผิดชอบหาเงินมาจ่ายให้กับผู้เสียหาย  วันนี้ก็ได้ขอรายละเอียดว่ามีผู้เสียหายกี่ราย ค้างจ่ายจำนวนกี่บาท หลังจากนี้ก็จะได้นัดจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายอีกครั้ง 
        
ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาเรื่องยืมรถยนต์ผู้เสียหายรายหนึ่ง ชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง พร้อมนำหลักฐานสลิปการโอนเงินมายืนยันด้วย ว่าเป็นการซื้อดาวน์ต่อจากผู้เสียหายในราคา 110,000 บาท หลังจากซื้อแล้วก็จ่ายไฟแนนซ์เอง  ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกกู้เงิน  หลอกโอนโฉนดที่ดิน ก็ชี้แจงว่าทั้งสองฝ่ายรับรู้ไม่ได้เป็นการหลอกหรือฉ้อโกง   แต่ผู้เสียหายอาจจะไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมด   และมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และได้รับเงินด้วย   ก็อยู่ระหว่างการหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์  และยอดตัวเลขที่กล่าวอ้างว่าเป็นยอดเงินสูงถึง 60 ล้านบาทก็ไม่เป็นความจริง
 
ทั้งนี้ยืนยันด้วยว่า  ลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับการกระทำของตนเองเลย  จึงอยากวอนสังคมให้ความเป็นธรรมอย่าไปโจมตีลูกชาย    ส่วนไหนที่ตนทำผิดก็ยอมรับและพร้อมรับผิดชอบ  แต่ส่วนไหนที่ไม่ได้ผิด ก็พร้อมพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน 
        
ด้านทนายความ   ระบุว่า ในส่วนเรื่องค้างเงินซื้อขายข้าวชาวนาที่มีการแจ้งความร้องทุกข์  ลูกความบอกว่าเกิดจากการดำเนินธุรกิจขาดทุน  แต่ก็พร้อมรับผิดชอบจ่ายเงินที่เหลือให้กับผู้เสียหาย    ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการกู้เงิน   โอนโฉนดที่ดิน บางอย่างไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด   ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน          ส่วนกรณีที่โซเชียลมีการกล่าวหาเรื่องเคยติดคุกที่ไต้หวันนั้น ไม่เป็นความจริง  คดีที่ถูกกล่าวหาพยายามฆ่า ศาลก็ได้ยกฟ้องไปแล้ว   ส่วนคดีเช็คเด้งก็มีการชำระกันเรียบร้อยแล้ว