- โฆษณา -

ราชบุรีเปิดโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ 3 แห่ง เสริมสุขภาพ-ทักษะชีวิต สังคมสูงวัยคุณภาพ           

ภูมิภาค8 พ.ค. 2569 • 19:27 น.
ราชบุรีเปิดโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ 3 แห่ง เสริมสุขภาพ-ทักษะชีวิต สังคมสูงวัยคุณภาพ           


วันที่ 8 พ.ค.69 ผศ.อรรถพล  อุสายพันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี  นายนิรันดร์ แสงนุ่ม นายกเทศมนตรีบาลตำบลโพหัก  พระดนัย  ธัมมปาโล รองเจ้าอาวาสวัดใหญ่โพหัก ร่วมเปิดโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุรุ่นที่ 1 ที่อาคารเรียนพระปริยัติธรรม วัดใหญ่โพหัก อ.บางแพ  มีนางสาววาสนา เสร็จกิจ รองศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี นายยุทธชัย สารขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ผศ.ดร.ชฎาพร โพคัยสวรรค์ ผศ.ดร.ชัชวาล แอร่มหล้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วม โดยมีอาจารย์ ดร.ภณิชชา จงสุภางค์กุล รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการเข้าร่วมกิจกรรม                              
     

        
ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การเตรียมความพร้อมให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีสุขภาพที่ดี และมีบทบาทในสังคม จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำ องค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดตั้ง "โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุเทศบาลตำบลโพหัก " เป็นการดำเนินงานภายใต้พันธกิจ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการเป็น " มหาวิหยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น " ที่มุ่งเน้นกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในบริบทของสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้งโรงโรงเรียนผู้จึงเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมแนวคิด "Active Ageing" เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณค่า และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน  ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และบทบาท ทางสังคมลดลง รวมถึงความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพและความโดดเดี่ยวทางสังคม 
      

- โฆษณา -

        
สำหรับการดำเนินโครงการได้ออกแบบกิจกรรมอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง  ครอบคลุมกิจกรรมด้านสุขภาพกาย  ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น  และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีผู้สูงอายุของ ต.โพหักร่วมโครงการ จำนวน 50 คน    เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงบูรณาการ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นตามพระราโชบายและนโยบาย ของรัฐ โดยมหาวิทยาลัยเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน  ผ่านการจัดกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ ของโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างสุขภาะวะและการมีส่วนร่วมในสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่อย่างรอบด้าน  การมีส่วนร่วมของชุมชน นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน  ด้วยการยกระดับสินค้าชุมชน โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเอกลักษณ์ของชุมชน มีการจัดกิจกรรมเข้าสู่บทเรียน วิชาแรก สูงวัยอย่างมีคุณภาพ  โดยทีมวิทยากรจากสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทยมาร่วมให้ความรู้
         

      
ผศ.อรรถพล  อุสายพันธ์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลโพหัก และวัดใหญ่โพหัก ชมรมผู้สูงอายุและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดให้ผู้อายุได้มาพบกันทุกวันศุกร์ มาพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกันมีการพัฒนาทางกายพัฒนาทางจิตใจร่วมกัน   ยังจะนำพาผู้สูงอายุไปทัศนศึกษานอกสถานที่   เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และพาไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เพื่อเรียนรู้วิชาต่าง ๆ  โดยจะจัดทุกวันศุกร์เวลา 8.00 - 12.00น.  เป็นกิจกรรมตอนเนื่อง จะมีวิทยากรมาร่วมพูดคุย เช่น สอนให้มีความสนุกด้านการร้องเพลง สอนเกี่ยวกับการฝึกสมาธิให้มีสติ  กิจกรรมเสริมทางวิชาชีพ  ทักษะต่าง ๆ ซึ่งได้มีการเปิดโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุไปแล้วที่เทศบาลเมืองจอมพล  เทศบาลตำบลเขางู เทศบาลตำบลโพหัก ส่วนอนาคตจะเปิดที่ อบต.ดอนแร่  และเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน ต่อไป  ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุมร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพจิตที่ดี               

นางนิตยา  สำราญสุข  อายุ 69 ปี นักเรียนผู้สูงอายุ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและมีความสุขมาก ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับเพื่อน ๆ กับคนรุ่นเดียวกัน และอายุที่มากกว่าด้วย สมัยก่อนเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว การเปิดโรงเรียนผู้สูงอายุจะช่วยให้สุขภาพดี มีความสุขที่มีเพื่อนฝูงเยอะขึ้น  ในการมาเรียนแต่ละครั้งจะมีการเสริมกิจกรรมเย็บปักถักร้อย   มาแลกเปลี่ยนการทำอาชีพกัน ทำให้มีความสุขร่วมกัน
            
สำหรับวัดใหญ่โพหักเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่   บริเวณวัดพบเจดีย์ตั้งอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะด้านหน้า พระวิหารอุด ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนขนาดเล็กย่อมุมไม่สิบสอง ฐานเจดีย์เป็นฐานสิงห์ 3 ชั้น  องค์เจดีย์ทรงระฆังย่อมุมมีบัวปากระฆังรองรับ  ส่วนใหญ่หักเสียหายชำรุด ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และกรุงรัตนโกสินทร์   นอกจากนี้ยังมีพระวิหารมาหาอุด เป็นพระอุโบสถหลังแรก อายุราว 300 ปี  หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ด้านหน้ามีประตูทางเข้าขนาดเล็ก 1 ประตู ด้านหลังทึบ ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายแดงลงรักปิดทอง ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จึงเป็นสถานที่สำคัญให้ผู้สูงวัยได้เข้ามาพักผ่อนย่อนใจ ร่วมกิจกรรมสันทนาการร่วมกันภายในวัดแห่งนี้  ผู้ที่สนใจอยากสอบถามรายละเอียดข้อมูลที่ได้ อาจารย์ ดร.ภณิชชา  จงสุภางค์กุล  รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ผู้รับผิดชอบโครงการฯ 087-1519063