แฉขบวนการ "สวมสิทธิ์แจ้งเกิด" จีนเทา! นายกฯ โพธิ์กลาง แจ้งจับเจ้าหน้าที่ทะเบียน แอบคีย์ข้อมูลทุจริต 27 ราย ฟันรายละหมื่น

ภูมิภาค24 เม.ย. 2569 • 09:48 น.
แฉขบวนการ "สวมสิทธิ์แจ้งเกิด" จีนเทา! นายกฯ โพธิ์กลาง แจ้งจับเจ้าหน้าที่ทะเบียน แอบคีย์ข้อมูลทุจริต 27 ราย ฟันรายละหมื่น

แฉขบวนการ "สวมสิทธิ์แจ้งเกิด" จีนเทา! นายกฯ โพธิ์กลาง แจ้งจับเจ้าหน้าที่ทะเบียน แอบคีย์ข้อมูลทุจริต 27 ราย ฟันรายละหมื่น

วันที่ 24 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงานทะเบียนของเทศบาลที่สภ. เมืองนครราชสีมา ซึ่งได้ตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎรของเทศบาล หลังกรมการปกครองประสานเข้าตรวจสอบ พบมีการปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท โดยขณะนี้ตรวจพบความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน

ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าพบเพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบกรณีทุจริต เมื่อดำเนินการตรวจสอบพบว่ามีการนำเอกสารเท็จมาใช้แจ้งเกิด โดยอ้างเอกสารจากสถานพยาบาลในลักษณะคล้ายหนังสือราชการ ทำให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อและดำเนินการตามขั้นตอน

ทั้งนี้พบว่าเจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งไม่มีสิทธิ์เข้าระบบ ได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่รายอื่นเผลอ แอบใช้สิทธิ์เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกข้อมูล ทำให้ชื่อในระบบไม่ปรากฏเป็นของผู้กระทำผิด และสามารถออกเอกสารให้ผู้มาติดต่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารไม่ทราบ เนื่องจากกระบวนการอยู่ในระดับปฏิบัติการ

นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลางกล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องใช้เวลา 2 วัน ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ โดยพบว่ามีการเรียกรับเงินรายละ 10,000-30,000 บาท และมีลักษณะเป็นขบวนการ มีนายหน้าพาบุคคลมาติดต่อโดยเจาะจงเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเพียงคนเดียว ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลโพธิ์กลางได้สอบสวนแต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ยอมรับสารภาพซึ่งขนาดนี้ได้ขาดการไปแล้ว 17 วันไม่มาทำงานนับตั้งแต่ที่เกิดเหตุ แต่ได้มีการฝากเอกสารมาเพื่อขอลาออกแต่ทางตนไม่ยินยอมเพราะว่ายังมีเรื่องที่ต้องสอบสวนอยู่ห่างขบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะดำเนินคดีอาญาโทษสถานเดียวคือให้ออกจากราชการ

จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน พบผู้เกี่ยวข้องรวม 27 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน จากเดิมที่กรมการปกครองแจ้งเพียงไม่กี่ราย โดยขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีในหลายข้อหา และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย พร้อมย้ำว่าจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์อื่น เช่น การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินอัตราในบางกรณี สะท้อนถึงช่องโหว่ของระบบงานทะเบียนที่เปิดช่องให้ผู้ไม่สุจริตใช้ประโยชน์ ขณะที่คดีในภาพรวมอยู่ระหว่างการสอบสวนของ กองบัญชาการสอบสวนกลาง เพื่อขยายผลถึงขบวนการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อื่นต่อไป

 

ภูมิภาค52

แท็กที่เกี่ยวข้อง