ตร.ช้างเผือก ตามรวบคู่เกย์ หลังซิ่งจยย. ตระเวนตลาดฉกทรัพย์แม่ค้า
ตร.ช้างเผือก ตามรวบคู่เกย์ "ชิน-เซอรี่" หลังซิ่ง จยย. ตระเวนตลาดฉกทรัพย์แม่ค้าและอาหารชาวบ้านที่วางไว้หน้ารถ ส่วนเซอรี่ ทิ้งคู่ขาหลบหนีไป
วันนี้ 11 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี ทางตำรวจ สภ.ช้างเผิอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งเกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนใช้ จักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน จคม. 895 เชียงใหม่ ขับตระเวร ขโมยของแม่ค้า ภายในตลาดเมืองใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และขโมย อาหารและใส้อั๋ว กะทิ เป็นกล่องๆ และผลไม้ ที่คนไปจ่ายตลาดเอาไว้ที่รถ พฤติกรรมขับรถไปตามตลาด เจ้าของเผลอ มีสิ่งของไว้ตามรถ จยย.ก็จะฉกไป ซึ่งทางผู้เสียหายได้เข้าร้องขอดูกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งในตลาด พบว่า มีชาย 2 คนขับขี่รถ จยย. มาตามรูปพรรณ จึงได้ไปแจ้งความต่อมาทาง โดยการอำนวยการของ พตอ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก พร้อมชุด สืบสวน พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.ฯ , พ.ต.ท.บุรินทร์ ยมจินดา รอง ผกก.สส.ฯ , พ.ต.ต.ณัฐพล เอกฉันท์ สว.สส.ฯ ร.ต.อ.เกรียงศักดิ์ เครือทอง รอง สวป.ฯ ,ร.ต.อ.จักรพันธ์ ดวงพิชัย ด.ต.หนึ่งธนา ยาท้วม , ด.ต. นิติวัชร์ ศิระเศวตพงษ์ , ส.ต.ท.ณฐพล พูลอุดม ได้แกะรอยคนร้ายทั้งสอง กระทั้งทราบคนร้ายทั้งสอง จึงได้หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.423/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค.2563
โดยตร.เข้าจับกุมขณะกำลังจะหลบหนีได้ที่บ้านพักย่าน ตำบลท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้จับกุมตัว นายกิตติพงษ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางคือ 1.กระทิ 100% สำเร็จรูป ตราอร่อย-ดี จำนวน 6 กล่อง 2.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น สกุ๊ปปี้ ไอ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน จคม-895 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน ที่ผู้ต้องใช้เป็นพาหนะหลบหนีหลังก่อเหตุ ตามข้อกล่าวหาความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย อยู่ระหว่างการติดตาม
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2563 เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจาก นายประมวล เดชชัยกุล (ผู้เสียหาย) ว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2563 ได้มีคนร้ายเป็นชาย จำนวน 2 คน ได้ก่อเหตุลักทรัพย์กะทิสำเร็จรูป ตราอร่อย-ดี จำนวน 1 ลัง มูลค่าประมาณ 700 บาท เหตุเกิดที่ร้านรุ่งเรือง ภายในตลาดเมืองใหม่ จึงได้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจช่วยติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดี จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนกระทั้งทราบว่าคนร้ายเป็นชาย จำนวน 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นสกุ๊ปปี้ สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน จคม—895 เชียงใหม่ จากการตรวจสอบผู้ครอบครองจักรยานยนต์คันดังกล่าวชื่อ น.ส.พรธิดา ณ ลำปาง อยู่บ้านเลขที่ 4/3 หมู่ 7 ต.แชช้าง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดต่อ น.ส.พรธิดาฯ ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถ
เบื้องต้นรับแจ้งว่า รถคันดังกล่าวได้ให้พี่ชายใช้ ชื่อ นายกิตติพงษ์หรือชิน ปัจจุบันพักอยู่ ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ นายกิตติพงษ์หรือชิน อยู่ที่บ้าน เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงตัวและแจ้งความประสงค์ให้ทราบ หลังจากนั้นจึงให้นายกิตติพงษ์หรือชินฯ ดูรูปภาพชายจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.423/2563 ลงวันที่ 11 ก.ค.2563 ให้จับ ชายไม่ทราบชื่อสกุลจริง มีตำหนิรูปพรรณปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้พาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” เหตุเกิดที่ร้านรุ่งเรือง บริเวณตลาดเมืองใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2563
เบื้องต้นนายกิตติพงษ์หรือชินฯ ให้การรับสารภาพว่า ตามเวลาเกิดเหตุตนได้ร่วมกับนายอภิสิทธิ์หรือเซอรี่ คู่รัก ตกงานมานานพิษโควิด 19 จึงไปยืม จยย.ก่อเหตุลักทรัพย์กระทำสำเร็จรูป ตราอร่อย-ดี จำนวน 1 ลัง (12 กล่อง) โดยตนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนนายอภิสิทธิ์หรือเซอรี่ เป็นคนนั่งซ้อนท้าย และเวลานี้ไม่ทราบว่า ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน หลังจากก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ทั้งสองได้นำกะทิสำเร็จรูปตรา อร่อย-ดี ไปขายที่ร้านขายของชำ ที่บ้านหนองผึ้ง อำเภอสารภี โดยเจ้าของร้านรับซื้อไว้ ในราคา 500 บาท
หลังจากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงให้ นายกิตติพงษ์หรือชินฯ ได้นำพาไปที่ร้านขายของชำดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ เจ้าของร้าน เบื้องต้นเจ้าพนักงานตำรวจได้สอบถามเจ้าของร้านคนดังกล่าว ยอมรับว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2563 เวลากลางวัน ได้มีชายจำนวน 2 คน หนึ่งในจำนวนนั้นคือ นายอภิสิทธิ์หรือเซอรี่ ซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกัน นำมาขายให้ บอกว่าเป็นของเพื่อนซึ่งที่มาด้วยกัน ได้ปิดกิจการร้านขายของชำและอาหารตามสั่ง ตนจึงรับซื้อไว้ในราคา 500 บาท และไม่ทราบว่านายกิตติพงษ์หรือชินฯ และ นายอภิสิทธิ์หรือเซอรี่ฯ ก่อเหตุลักมา กระทั่งมาถูกจับกุม และทางพนักงานสอบสวนก็เรียกมาสอบปากคำอีกครั้งว่ามีเจตนาอย่างไร