พรรคส้มส่อถูกยุบ!! ฝืนคำสั่งกรมการปกครองเก็บ Laser ID กว่า 1.1 แสนคน ระหว่างขออนุญาต

ภูมิภาค18 ก.พ. 2569 • 15:35 น.
พรรคส้มส่อถูกยุบ!! ฝืนคำสั่งกรมการปกครองเก็บ Laser ID กว่า 1.1 แสนคน ระหว่างขออนุญาต

พรรคประชาชนยอมรับเอง ฝ่าฝืนคำสั่งกรมการปกครอง ใช้โปรเเกรมตรวจ Laser ID เพราะอยู่ระหว่างขออนุญาต เเต่รวบรวมไปเเล้วกว่า 1.1 เเสนคน ส่อผิดกฎหมาย-มีเเววโดนยุบพรรค

วันที่ 18 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่าพรรคประชาชน (ปชน.) ขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคนั้นต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจากบัตรประชาชนโดยเฉพาะการขอข้อมูลรหัส 12 หลักหลังประชาชน (Laser ID) เพื่อไว้ตรวจสอบ เเต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจฝ่าฝืน พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมายPDPA) เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้นวางหลักไว้ว่าพรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐหรือสถาบันการเงินที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ แม้พรรคประชาชนจะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต. ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย

(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ที่ยังไม่หมดอายุ)

(2) สําเนาทะเบียนบ้านด้านหน้า

(3) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้

(4) สําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อ้างว่า การเก็บข้อมูลจาก Laser ID นั้น พรรคปฏิบัติตามที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยระบุ เเต่มีการยืนยันในชั้นต้นจากเเหล่งข่าวในกรมการปกครองว่า พรรคประชาชนขออนุญาตจากกรมการปกครองในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เเละยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมการปกครองว่าจะอนุญาตหรือไม่ เเละมีรายงานว่า กรมการปกครองชี้เเจงชั้นต้นว่าการที่พรรคประชาชน อ้างถึงกระบวนการเก็บรหัสLaser ID หลังบัตรประชาชนนั้นเป็นไปตามขั้นตอนกรมการปกครองที่ให้พรรคการเมืองเก็บเพื่อยืนยันตัวตน /ป้องกันไม่ให้นำคนต่างด้าวมาสมัครสมาชิกโดยการสวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่า เรื่องนี้พรรคประชาชนทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อขอใช้ระบบการตรวจสอบรายการบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น และเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้น ๆว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นข้อมูลของพรรคเอง กรมการปกครองไม่ได้มีคำสั่งเเบบนั้นไปยังพรรคประชาชนให้ปฏิบัติ

ผู้สิ่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา เพจ "Fact Check-พรรคประชาชน" ได้ออกมาเปิดเผยว่า การใช้ Laser ID (รหัสหลังบัตรประชาชน) ในการสมัครสมาชิก เป็นมาตรการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและเป็นสากล เช่นเดียวกับระบบธนาคาร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 5 ข้อ โดยข้อ 4 ปรากฏข้อความที่น่าพิจารณาว่า

ข้อ 4 ปัจจุบันพรรคประชาชน”อยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตจากกรมการปกครองในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เนื่องมาจากการยุบพรรคก้าวไกล โดยระหว่างที่กระบวนการขออนุญาตยังไม่เสร็จสิ้น” พรรคประชาชนไม่มีการเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล Laser ID แต่อย่างใด - อย่างไรก็ตาม เพื่อมีกลไกในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ พรรคได้มีระบบยืนยันตัวตนอื่นๆ เช่น ระบบ OCR ในการยืนยันว่าบุคคลผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของบัตรประชาชนจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง https://www.bora.dopa.go.th/information/activity-news/35807/ ระบุว่าหลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล 
(DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครองการขออนุญาตใช้งาน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. หน่วยงานทำหนังสือขออนุญาตใช้งาน เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมาตามที่อยู่ สำนักบริหารการทะเบียน 59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 (มีตัวอย่างหนังสือและแบบการขออนุญาตฯ)

2. หน่วยงานเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานที่เว็บไซต์ https://digitalid.bora.dopa.go.th (สามารถทำพร้อมกับหนังสือขออนุญาตได้)

3. “เมื่อหน่วยงานได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบได้ กรมการปกครองจะดำเนินการอนุมัติในระบบลงทะเบียน พร้อมจัดส่งหนังสืออนุญาตและคู่มือการพัฒนาระบบให้กับหน่วยงานผู้ขออนุญาต”

ผู้สื่อข่าวรานงานว่า ดังนั้นการที่พรรคประชาชนดำเนินการเก็บข้อมูลLaser ID ของผู้สมัครสมาชิกพรรคที่ตอนนี้มีสมาชิกพรรคเเล้วกว่า 1.1 เเสนคนไปเเล้วโดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เเละยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพรรคประชาชนไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคไปใช้ เเม้พรรคประชาชนจะอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรคเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รวมทั้งพิจารณาประกาศกรมการปกครอง เริ่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ส่วนราชการเเละหน่วยงานเอกชนใช้โปรเเกรมสำหรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนเเบบอเนกประสงค์(สมาร์ท การ์ด) ลงวันที่ 8 ต.ค.2561 จำนวน 12 ข้อ https://www.bora.dopa.go.th/wp-content/uploads/2022/01/pk611008.pdf โดยสิ่งที่น่าสนใจคือ

5. กรมการปกครองจะอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไข ดังนี้

5.1 หน่วยงานนั้นจะต้องมีความจำเป็นในการขอตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานเอกขนที่กำหนดให้บุคคลที่ติดต่ดต่อขอทำธุรกรรมหรือนิติกรรมกับหน่วยงานต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

5.2 จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน

6.เมื่อกรมการปกครองอนุญาตให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาขนแล้ว ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนนั้นจะต้องมีหนังสือตอบรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนดก่อนจึงจะสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้โดยกรมการปกครองจะกำหนดรหัสข้อมูลที่จะใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ

“โดยในข้อที่ 5 เเละข้อที่ 6 ระบุใจความหลักว่าการอนุญาตใช้โปรเเกรมนี้ต้องได้รับอนุญาตเเละต้องมีหนังสือตอบรับว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนด”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เเต่จากสิ่งที่พรรคประชาชนเเจ้งกับสังคมนั้นเป็นการยอมรับว่า ได้ขออนุญาตกับกรมการปกครองเเล้วเเต่กรมการปกครอง“ยังไม่ได้อนุญาต”ให้พรรคในการใข้โปรเเกรมนี้ ดังนั้นหากพรรคประชาชน โดยนายทะเบียนสมาชิกพรรคในฐานะผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรคเเละต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานกกต. นั้น หากพรรคประชาชนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการใดๆในกรณีนี้ โดยที่ส่วนราชการคือกรมการปกครองยังไม่อนุญาตนั้น พรรคอาจมีความผิดด้วยเเละอาจะเกิดผลกระทบคือ ยุบพรรคในการไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายPDPAของสมาชิกพรรคโดยไม่จำเป็นเเละกฎหมาย/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง(กรมการปกครอง)ยังไม่อนุญาตให้พรรคดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพรรคประชาชนมีความผิดในเรื่องนี้ อาจจะโดนยื่นยุบพรรค เพราะตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น องค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการบริหารพรรคประกอบหัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนสมาชิกพรรค, โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค โดยตอนนี้นายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาชนคือนายณัฐวุฒิ บัวประทุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนนั้น นับเป็นพรรคลำดับที่สามที่มีรากฐานเเละเชื่อมโยงจากพรรคอนาคตใหม่/พรรคก้าวไกล โดยสองพรรคข้างต้นนั้นถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคด้วยเหตุผลคือพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากกรณีเงินกู้ยืม โดยศาลวินิจฉัยว่าการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 191.2 ล้านบาท เป็นการรับบริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดอันฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560  เเละ พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ในกรณีที่พรรคหาเสียงเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง