โค้งสุดท้าย! พรรคประชาชนปล่อย “คาราวานหัวหิน” ช่อ พรรณิการ์ ขอชาวประจวบฯ กล้าเปลี่ยน กาส้มสองใบ
โค้งสุดท้าย! พรรคประชาชนปล่อย “คาราวานหัวหิน” ชูเลือกอนาคต–เลือกรัฐบาลประชาชน “ช่อ พรรณิการ์” ขอประจวบกล้าเปลี่ยน เลือกส้มทั้งสองใบย้ำพรรคประชาชนยืนข้างประชาชน ไม่เกรงใจทุน
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 พรรคประชาชน จัดกิจกรรมปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้าย ภายใต้ชื่อ “คาราวานประชาชนหัวหิน” เปิดพื้นที่พบปะประชาชนในเขตเทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของประชาชนผู้สนับสนุนที่มารอฟังการปราศรัย
ขบวนคาราวานเริ่มต้นจากซอยหัวหิน 19 เคลื่อนเข้าสู่สวนหลวงราชินี 19 ไร่ อำเภอหัวหิน ก่อนถึงช่วงปราศรัยใหญ่ เพื่อขอคะแนนเสียงในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และวันเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ภายในงาน พรรคประชาชนส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่
• เขต 1 นายมรกต โอ่เอี่ยม (ลูกหิน) นักกีฬากอล์ฟอาชีพ
• เขต 2 นางสาวนักษา กาญจนคีรีรัตน์ (เค้ก) วิศวกร
• เขต 3 นางสาววรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม (พลอย) ผู้ประกอบการร้านโกโก้
ผู้สมัครทั้งสามเขตได้ขึ้นเวทีสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ทั้งปัญหาปากท้อง การทำมาหากิน โอกาสทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงบริการของรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาชน พร้อมย้ำจุดยืนเดียวกันว่า “เลือกอนาคต เลือกรัฐบาลประชาชน”
นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคประชาชนผลัดกันขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายสำคัญ อาทิ ด้านการศึกษา การบริหารจัดการที่ดิน ปัญหาเงินประกันสังคม และสวัสดิการผู้สูงอายุ โดยมีแกนนำร่วมปราศรัยหลายคน อาทิ กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ, สรายุทธ ใจหลัก, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ธิวัชร์ ดำแก้ว และ ครูหนึ่ง ธีรศักดิ์ จิระตราชู
ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช หนึ่งในแกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ซึ่งได้รับเสียงปรบมือและเสียงเชียร์จากประชาชนตลอดการขึ้นเวที
“พรรณิการ์” ได้กล่าวตอบโต้กรณีที่มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ชาวช้างสีน้ำเงินจัดเวทีปราศรัยที่กรุงเทพ พาดพิงว่า พรรคประชาชนหยิบยกประเด็นการตรวจสอบเงินประกันสังคมมาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง ช่วงที่เป็นบอร์ดประกันสังคม 2 ปี ทำไมไม่ตรวจสอบมาตรวจช่วงนี้ หวังกอบโกยคะแนนเสียงในช่วงเลือกตั้ง
โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ทั้งเรื่องเงิน เรื่องที่ประกันสังคมซื้อตึกเก่า SKYY 9 มูลค่า 3 พันล้าน ด้วยเงินกองทุน 7 พันล้าน โดยมี “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ร่วมกับ “เนม สหัสวัต คุ้มคง” สส.ประชาชน ตรวจสอบจนเป็นที่ประจักษ์ และนำไปสู่การที่ “ไอซ์ รักชนก“ หนึ่งในทีมตรวจสอบได้รับรางวัลนักการเมืองดาวรุ่งประจำปี 2568 พร้อมเหน็บกลับผู้ที่กล่าวหาอย่างเผ็ดร้อนว่า “อาจไม่ได้ติดตามข่าว เพราะที่บ้านไม่มีอินเทอร์เน็ต”
นอกจากนี้ พรรณิการ์ ยังกล่าวถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลการเบิกธนบัตรฉบับละ 100 บาท มูลค่ากว่า 450 ล้านบาท จน กกต.ต้องขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบ ป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหลายพรรคการเมืองใช้เงินหาเสียงจำนวนมหาศาล และมักต้องเกรงใจกลุ่มทุนหรือบริษัทเอกชนที่สนับสนุนพรรค
ขณะที่พรรคประชาชน ใช้เงินหาเสียงจากเงินบริจาคของประชาชน จึงไม่ต้องเกรงใจใคร นอกจากเกรงใจประชาชน
พรรณิการ์ ยังย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2566 แม้พรรคก้าวไกลในขณะนั้นจะได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ผ่านโหวตนายกฯ ของสมาชิกวุฒิสภา อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2569 วุฒิสภาชุดดังกล่าวหมดวาระแล้ว จึงไม่สามารถขวางการจัดตั้งรัฐบาลได้อีก หากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียงมากเป็นอันดับ 1
พร้อมขอให้ประชาชนชาวประจวบคีรีขันธ์ “กล้าเปลี่ยนเพื่ออนาคต” เลือกพรรคประชาชนทั้งผู้สมัครและพรรค หรือ เลือกส้มทั้งสองใบ เพื่อให้ได้คะแนนเสียงถล่มทลาย และนำไปสู่การจัดตั้ง รัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง.
ภูมิภาค-32
#พรรคประชาชน #คาราวานหัวหิน #ช่อพรรณิการ์ #เลือกส้มสองใบ #เลือกอนาคต #รัฐบาลประชาชน #เลือกตั้ง2569 #ประจวบคีรีขันธ์ #โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง #การเมืองไทย