ฆาตกรรมอำพราง! รวบภรรยาคนไทย-พวก รุมทุบหมอเยอรมันดับ จัดฉากป่วยตาย พิรุธเพียบ

ภูมิภาค24 ธ.ค. 2568 • 20:18 น.
ฆาตกรรมอำพราง! รวบภรรยาคนไทย-พวก รุมทุบหมอเยอรมันดับ จัดฉากป่วยตาย พิรุธเพียบ

ตำรวจภาค 7 คลี่คลายคดีฆาตกรรมหมอเยอรมันวัย 65 ใน จ.ประจวบฯ พบถูกเหล็กแป๊บทุบเสียชีวิต ภรรยาคนไทยร่วมวางแผนอำพรางศพ แจ้งตายป่วยธรรมดา ก่อนถูกจับพร้อมพวก 3 ราย

วันที่ 24 ธ.ค.68 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.ประสพชัย มัตสยะวนิชกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานแถลงข่าวคลี่คลายคดีฆาตกรรมนายแพทย์ชาวเยอรมัน อายุ 65 ปี โดยมี พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์, พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชุดคลี่คลายคดีร่วมแถลงข่าว

พล.ต.ต.ประสพชัย กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. สภ.คลองวาฬ รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต คือ MR.MARKS SOREN อายุ 65 ปี สัญชาติเยอรมัน อาชีพแพทย์ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 10 ตำบลห้วยทราย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ก่อนส่งศพไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

ทั้งนี้ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.กานด์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7 ได้กำชับให้เร่งรัดคลี่คลายคดี โดยระดมชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนจับกุมผู้ต้องหาได้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

ด้าน พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง เปิดเผยว่า คดีนี้พบพิรุธหลายประการ ลักษณะพยายามจัดฉากให้ดูเหมือนผู้ตายเสียชีวิตจากโรคประจำตัว โดยวันพบศพ ภรรยาชาวไทยของผู้ตาย ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาพร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เข้าแจ้งความต่อ สภ.คลองวาฬ ว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายศพออกมาจากบ้านพักในตำบลห้วยทราย และไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเอง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าศพอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วเกือบหนึ่งเดือน ไม่สามารถระบุบาดแผลหรือสาเหตุการเสียชีวิตได้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ยังพบว่าเอกสารประจำตัว โทรศัพท์มือถือ และกล้องวงจรปิดภายในบ้านจำนวน 4 ตัว หายไปจากที่เกิดเหตุ อีกทั้งไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ภรรยาผู้ตายให้ข้อมูลว่าเสียชีวิตจากโรคประจำตัว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงเก็บรวบรวมวัตถุพยานส่งตรวจอย่างละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 แพทย์สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ รายงานผลการผ่าชันสูตรเบื้องต้น พบว่าผู้ตายถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคม บริเวณกะโหลกศีรษะ ใบหน้า ขากรรไกรบนและล่างแตก กระดูกแขนขวาหัก และหน้าผากแตกยุบกดสมอง เชื่อว่าถูกตีทุบอย่างรุนแรงหลายครั้งจนเสียชีวิต จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 3 ราย และสามารถจับกุมตัวได้ในวันเดียวกัน ได้แก่ ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.นิตทยา อายุ 45 ปี ภรรยาผู้ตาย ผู้ต้องหาที่ 2 นายทองใบ หรือ “ทอม” ลูกจ้างทำไร่ อายุ 43 ปี ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” และผู้ต้องหาที่ 3 น.ส.เนาวรัตน์ อายุ 50 ปี ภรรยานายทองใบ ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น”

ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ โดยให้ข้อมูลว่า ผู้ตายเดินทางโดยรถไฟมาถึงอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ หลังเที่ยงคืนของวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 และให้ภรรยาขับรถไปรับกลับบ้านที่ตำบลห้วยทราย โดยมีนายทองใบ ลูกจ้างทำไร่ ดักรออยู่แล้ว จากนั้นช่วงเช้ามืด นายทองใบใช้เหล็กแป๊บทุบศีรษะผู้ตายขณะหลับ แต่คาดว่าไม่ได้ตายครั้งแรก ผู้ตายพยายามป้องกันตัวจึงถูกตีที่ข้อมือขวาและถูกทำร้ายซ้ำหลายครั้งจนเสียชีวิต โดยได้เปิดแอร์บ้านไว้ ก่อนจะหลบหนีกลับมาที่ท่ายาง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเวลาผ่านไปร่วมเดือน จึงมาที่เกิดเหตุและทำทีแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปตรวจสอบดังกล่าว

โดยนายทอม ผู้ต้องหารายที่ 2 รับว่ายอมลงมือก่อเหตุทำร้ายหมอเยอรมัน เพราะผู้ต้องหาที่หนึ่งมีบุญคุณ จึงตอบแทน

เบื้องต้นได้แจ้งเหตุไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีแล้ว และจะส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกุมต่อไป โดย น.ส.นิตทยา ให้การอ้างว่า มีเหตุจูงใจจากการถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จึงร่วมกันวางแผนก่อเหตุ

MR.MARKS SOREN ชาวเยอรมัน มีอาชีพเป็นแพทย์ จดทะเบียนสมรสกับ น.ส.นิตทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ได้ 3-4 ปี ที่ประเทศเยอรมัน และกลับมาอยู่ประเทศไทย ปีละ 2 ครั้ง ๆ ละประมาณ 2 เดือน สำหรับทรัพย์สินของผู้ตาย พบว่ามีบ้านพักพร้อมที่ดินในอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี 1 หลัง บ้านที่เกิดเหตุ ตำบลห้วยทราย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 2 หลังพร้อมหอคอยและที่ดิน 1 ไร่ ที่ดินในตำบลบ่อนอก อีกหลายสิบไร่ รวมถึงเงินสดในบัญชีอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าทรัพย์สิน มากกว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.อาทร กล่าวทิ้งท้ายว่า เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งคลี่คลายคดีอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งจะเพิ่มความเข้มในการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

#ภูมิภาค-32

แท็กที่เกี่ยวข้อง