ผู้ว่าฯแปดริ้ว แถลงความพร้อมจัดกีฬาชักกะเย่อสากล ในซีเกมส์ครั้งที่ 33

ภูมิภาค9 ธ.ค. 2568 • 18:07 น.
ผู้ว่าฯแปดริ้ว แถลงความพร้อมจัดกีฬาชักกะเย่อสากล ในซีเกมส์ครั้งที่ 33

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทราแถลงเตรียมความพร้อมแข่งขันกีฬาชักกะเย่อสากล ในซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย

วันที่ 9 ธ.ค.68 ที่ หอประชุมพระเทพภาวนา วชิรคุณ วิ. โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานในการแถลงข่าวการจัดแข่งขันกีฬาชักกะเย่อสากล (Tug of War) ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ โดยกล่าวว่า ในการแถลงข่าวครั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อสากล ซึ่งปีนี้ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญอย่างเป็นทางการในซีเกมส์ ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการกีฬาไทย และอาเซียน ซึ่งไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของนักกีฬาไทยในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการรับรู้และพัฒนากีฬาชักกะเย่อให้ก้าวสู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้กล่าวชื่นชมสมาคมกีฬาชักกะเย่อแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ นายกสมาคมฯ ที่ได้ทุ่มเทผลักดันกีฬาชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนานักกีฬา โค้ช เจ้าหน้าที่เทคนิค และการจัดการแข่งขันในหลายระดับ จนกีฬาชักกะเย่อได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค และเคยถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกมาแล้ว

สำหรับการแข่งขันในซีเกมส์ครั้งนี้ มีการชิงชัย 5 เหรียญทอง ใน 5 ประเภท ได้แก่

1. ประเภททีมชาย 4 คน น้ำหนักรวมไม่เกิน 300 กิโลกรัม

2. ประเภททีมหญิง 4 คน น้ำหนักรวมไม่เกิน 250 กิโลกรัม

3. ประเภททีมชาย 8 คน น้ำหนักรวมไม่เกิน 600 กิโลกรัม

4. ประเภททีมหญิง 8 คน น้ำหนักรวมไม่เกิน 500 กิโลกรัม

5. ประเภททีมผสม ชาย 4 คน หญิง 4 คน น้ำหนักรวมไม่เกิน 560 กิโลกรัม โดยมีประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ เวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา และประเทศไทย โดยทีมชาติไทยส่งนักกีฬาชาย 17 คน หญิง 17 คน รวม 34 คน ภายใต้การดูแลของ นายโกมล กำเนิดหิน ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าผู้ฝึกสอน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน จนทำให้การเตรียมความพร้อมเป็นไปอย่างราบรื่น และเชื่อมั่นว่าการแข่งขันกีฬาชักกะเย่อสากลในซีเกมส์ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม พร้อมสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย และวงการกีฬาในภูมิภาคอาเซียน อีกด้วย

#ภูมิภาค-19

แท็กที่เกี่ยวข้อง