ชรบ.บุรีรัมย์โวย! เบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัย 3,600 เหลือ 300 บาท อ้างเป็นค่าชุด-ฝึก วอนตรวจสอบ

ภูมิภาค12 พ.ย. 2568 • 16:20 น.
ชรบ.บุรีรัมย์โวย! เบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัย 3,600 เหลือ 300 บาท อ้างเป็นค่าชุด-ฝึก วอนตรวจสอบ



ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดนร่วมกับเจ้าหน้าที่ ร้องเรียนให้ตรวจสอบผู้นำท้องที่รายหนึ่ง ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยที่รัฐบาลอนุมัติจ่ายตอบแทนความเสียสละคนละ 3,600 บาท เหลือคืนให้ ชรบ. เพียง 300 บาท โดยอ้างว่านำไปจ่ายค่าชุดและค่าฝึกอบรม ชี้ไม่เป็นธรรมทำให้ ชรบ. ทยอยส่งปืนคืนและลาออกแล้ว 8 นาย ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง

​วันที่ 12 พ.ย.68 ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ (ชรบ.) หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ หลายนาย ได้นำหลักฐานสลิปการเบิกถอนเงิน คลิปวิดีโอขณะนำเงินเบี้ยเลี้ยงที่รัฐบาลอนุมัติจ่ายเป็นค่าตอบแทนคนละ 3,600 บาท ไปจ่ายให้กับผู้นำท้องที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บ เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง


​โดยอ้างว่า ผู้นำท้องที่รายนี้ ได้เรียกเก็บเงินเบี้ยเลี้ยงจาก ชรบ.ในหมู่บ้านที่มีอยู่ 18 นาย คนละ 3,600 บาท อ้างว่าจะนำไปจ่ายค่าตัดชุด ชรบ. และจ่ายค่าฝึกอบรม เหลือคืนให้คนละ 300 บาท ซึ่งสร้างความแปลกใจและไม่พอใจให้กับ ชรบ. เพราะมองว่าที่ผ่านมาได้อาสาทำหน้าที่ด้วยความเสียสละมาโดยตลอด เมื่อรัฐบาลอนุมัติเงินเบี้ยเลี้ยงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจวันละ 240 บาท รวม 15 วัน เป็นเงินคนละ 3,600 บาท แต่กลับมาถูกเรียกเก็บเงินก้อนนี้เกือบทั้งหมด

​ชรบ. ระบุว่า ส่วนใหญ่มีชุดอยู่แล้ว และการฝึกอบรมที่ผ่านมาก็ไม่เคยถูกเรียกเก็บเงิน จึงมองว่าไม่มีความเป็นธรรม ทำให้เสียความรู้สึกอย่างมาก และได้ทยอยนำปืนไปส่งคืนพร้อมลาออกจากการเป็น ชรบ. แล้ว 8 นาย


ตัวแทน ชรบ.อำเภอบ้านกรวด 2 นาย ที่ตัดสินใจลาออก เพราะไม่พอใจที่ถูกเรียกเก็บเบี้ยเลี้ยง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ ไม่เคยเรียกร้องค่าตอบแทนใด ๆ แต่เมื่อได้รับเบี้ยเลี้ยงครั้งแรกกลับถูกเรียกเก็บเกือบทั้งหมด เหลือคืนให้คนละ 300 บาท จึงเสียความรู้สึกอย่างยิ่ง และยืนยันว่าต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้

​ทีมข่าวได้เดินทางไปยังที่ทำการของผู้นำท้องที่ที่ถูกร้องเรียนแต่ไม่พบตัว ทราบว่าติดประชุม จึงได้โทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว แต่ผู้นำท้องที่รายนี้กล่าวเพียงว่าไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล
​ขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เปิดเผยว่า ได้ส่งเรื่องให้ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

#ภูมิภาค-54