ทูตอิสราเอลพบผู้ว่าฯสุราษฎร์ฯ ยันนทท.รักไทยมั่นใจปลอดภัย จังหวัดย้ำไม่เลือกปฏิบัติดำเนินการเท่าเทียมทุกชาติ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เปิดเผยระหว่างการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลกว่า 460,000 คน เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย เหตุผลสำคัญเพราะ ประทับใจในมิตรไมตรีของคนไทย โดยเฉพาะพื้นที่เกาะท่องเที่ยว และรู้สึกปลอดภัย เมื่อมาเยือนประเทศนี้
อย่างไรก็ตาม การเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน หลังมีข่าวว่านักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางส่วนถูกจับตามองจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยทูตอิสราเอลยืนยันว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีเจตนามาท่องเที่ยวอย่างสุจริต มีเพียงส่วนน้อยที่อาจทำผิดกฎหมาย และพร้อมให้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกับชาวต่างชาติทุกประเทศ
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชี้แจงว่า หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ถูกตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับการดำเนินการกับชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาทำผิดกฎหมาย ทั้งเรื่องความมั่นคง การอยู่เกินวีซ่า (overstay) การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และยาเสพติด โดยย้ำว่า จังหวัดไม่ได้มุ่งเป้าชาวอิสราเอลหรือชาติใดเป็นพิเศษ แต่ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน
ส่วนกรณี การรวมตัวประกอบศาสนกิจ “ชาบัท” ของชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน ที่ชาวบ้านบางส่วนแสดงความกังวล เนื่องจากเป็นกิจกรรมในพื้นที่ปิด ผู้ว่าฯ ขอให้สถานเอกอัครราชทูตตรวจสอบเรื่องการจดทะเบียนจัดตั้งศาสนสถานให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย เช่นเดียวกับศาสนาอื่น เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างเจ้าหน้าที่และชุมชน
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเสนอให้มี ช่องทางการสื่อสารไม่เป็นทางการ ระหว่างจังหวัดและสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว พร้อมย้ำว่า สุราษฎร์ธานียังคง ต้อนรับนักท่องเที่ยวอิสราเอลอย่างอบอุ่น และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็ตาม
#ภูมิภาค-83