บุกจับโรงเรียนเถื่อน! เปิดสอนเด็กต่างด้าวกว่า 900 คน ครูถือใบอนุญาตกรรมกร เจ้าของอ้างเป็นค่ายเยาวชน

ภูมิภาค10 ต.ค. 2568 • 11:14 น.
บุกจับโรงเรียนเถื่อน! เปิดสอนเด็กต่างด้าวกว่า 900 คน ครูถือใบอนุญาตกรรมกร เจ้าของอ้างเป็นค่ายเยาวชน

บุกตรวจค้นโรงเรียนเถื่อน เปิดสอนเด็กต่างด้าวกว่า900คน ถือใบอนุญาตกรรมกรแต่มาเป็นครูสอน เจ้าของอ้างเป็นเพียงแค่ค่ายเยาวชน

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายจตุนันท์จอมทัน ปลัดอำเภอกระทุ่มแบน ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าฯ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร,นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัด นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน นายอาคม ศาณศิลปิน ศึกษาธิการจังหวัด ตม.สมุทรสาคร ตร. สภ.กระทุ่มแบน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบโรงเรียนเภื่อน 2 แห่ง ในพื้นที่ของอำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่แรกพบนักเรียนร่วม 100 คน ครูผู้สอน 10 คนตรงตามที่รับแจ้ง และส่วนของที่จุดที่ 2 ในพื้นที่ของ อบต.ท่าไม้ สถานที่แห่งนี้ก่อนหน้าเคยได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสถานศึกษา ของนักเรียนไทย แต่ปัจจุบันได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว และได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่า ภายในบริเวณดังกล่าวมีการเปิดเป็นศูนย์รับเด็กต่างชาติจำนวนมากเข้ามาทำการเรียนการสอน

ดังนั้นเมื่อบ่ายวานนี้ (9 ต.ค.68) ร.ต.อ.เขตรัฐ ได้นำทีมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพบว่า ภายในสถานที่ดังกล่าวมีเด็กต่างด้าวราว 900 คน ได้อยู่ตามห้องต่างๆ ภายในอาคาร 3 ชั้น และยังพบบุคคลต่างด้าวอีก 27 คนทั้งชายและหญิง เป็นครูสอนหนังสือให้แก่เด็กๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบหลักฐานและข้อมูลบุคคลต่างด้าว โดยมีคนไทยรับเป็นผู้บริหารโดยได้แจ้งว่าได้เช่าพื้นที่ดังกล่าวจากเจ้าของที่ดิน เพื่อเปิดเป็นค่ายเยาวชน ให้แก่กลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ โดยก่อนที่จะเปิดรับเด็กๆ มาเข้าค่ายนั้น ได้ให้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารและยื่นเสนอเพื่อขออนุญาตการใช้อาคารต่อทาง อบต.ท่าไม้แล้ว จากนั้นจึงรับเด็กต่างด้าวมาเข้าค่าย ไม่ใช่นำมาเพื่อเปิดเป็นการเรียนการสอนในรูปแบบโรงเรียนแต่อย่างใดทั้งสิ้น

รองผู้ว่าฯ รรท.ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวว่า จากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ว่าสถานที่แห่งนี้มีการเปิดสอนหนังสือให้แก่ลูกหลานแรงงานข้ามชาตินั้น จึงได้สั่งการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นพบว่า สถานที่แห่งนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากทางศึกษาธิการจังหวัดให้เปิดสอนหรือรับเด็กแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำการเรียนการสอน หรือจัดกิจกรรมในรูปแบบค่าย แม้อาคารจะผ่านการประเมินความปลอดภัยจากวิศวกรและมีการยื่นขอจากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎระเบียบแล้ว แต่ก็ต้องยื่นขอใช้อาคารเพื่อเปิดเป็นที่สอนหนังสือหรือเป็นค่าย จากทางศึกษาธิการจังหวัดด้วย ตราบใดที่ยังไม่ได้รับอนุญาตก็จะดำเนินการใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น ประเด็นต่อมาคือ เรื่องของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตรที่ยังไม่ผ่านการอนุญาต และที่สำคัญคือ บุคลากรผู้สอนหรือผู้ดูแลเด็ก จะต้องได้รับอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องและตรงตามประเภท แต่ทุกคนถือใบอนุญาตทำงานกรรมกร ดังนั้นจึงเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายฐานทำงานไม่ตรงกับประเภทที่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดฐานอื่นๆ ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ร.ต.อ.เขตรัฐ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จังหวัดสมุทรสาครมีนโยบายในการรองรับและส่งเสริมการศึกษาให้แก่ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ภายใต้ระบบการศึกษาภาคบังคับที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย โดยเด็กต่างด้าวต้องได้รับการศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลเช่นเดียวกับเด็กไทย ดังนั้นเด็กๆ เหล่านี้ ก็จะต้องกลับเข้าสู่สถานศึกษาของรัฐบาลตามที่ได้มีการจัดหาไว้ให้แล้ว โดยหลังจากนี้ในส่วนของเด็กทุกคนจะถูกนำเข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาล ส่วนทางด้านของผู้ที่ต้องการจะเปิดเป็นโรงเรียนสอนภาษา หรือจะเป็นค่ายอาสาใดๆ ก็ตามจะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอนและต้องได้รับใบอนุญาตก่อนเท่านั้น จึงจะดำเนินการได้ ห้ามลักลอบกระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบก็จะมีความผิดทางกฎหมายทั้งผู้บริหาร เจ้าของสถานที่ ผู้สอน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน

#ภูมิภาค-38