- โฆษณา -

"สุริยะใส" ถามถึงเวลาแล้วหรือยัง ? สร้าง “นวัตกรรมสังคม” ดูแล Creator ในยุค Gig Economy หลัง "ฮลุน โซโล่" จากไป

โซเชียล31 ก.ค. 2569 • 07:14 น.
"สุริยะใส" ถามถึงเวลาแล้วหรือยัง ? สร้าง “นวัตกรรมสังคม” ดูแล Creator ในยุค Gig Economy หลัง "ฮลุน โซโล่" จากไป

วันที่ 31 ก.ค.2569 รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ระบุว่า " จากการสูญเสียสู่บทเรียน : ถึงเวลาสร้าง “นวัตกรรมสังคม” เพื่อดูแล Creator ในยุค Gig Economy

การจากไปของ ฮลุน โซโล่ นับเป็นความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัว คนใกล้ชิด ผู้ติดตาม และสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง ผมขอร่วมแสดงความอาลัยและส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของเขา ตลอดเส้นทางการทำงาน ฮลุน โซโล่ เป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถ ความมุ่งมั่น และความพยายาม จนสามารถสร้างผลงานและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก เรื่องราวของเขาสะท้อนให้เห็นว่า โลกดิจิทัลได้เปิดโอกาสให้คนธรรมดาสามารถสร้างคุณค่า สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตของตนเองได้

- โฆษณา -

แต่การสูญเสียครั้งนี้ก็ควรเป็นมากกว่าความโศรกเศร้า หากควรเป็นโอกาสให้สังคมไทยตั้งคำถามว่า เราได้เตรียม “ระบบรองรับ” สำหรับผู้ประกอบอาชีพในโลกดิจิทัลแล้วหรือยัง เพราะ Creator ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงผู้สร้างความบันเทิง หากแต่เป็นแรงงานรูปแบบใหม่ในระบบ Gig Economy หรือเศรษฐกิจงานอิสระ ที่สร้างรายได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

ปัญหาคือ Gig Economy เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ระบบคุ้มครองกลับพัฒนาไม่ทัน

คนทำงานกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับรายได้ที่ผันผวน การแข่งขันที่รุนแรง แรงกดดันจากยอดผู้ชมและอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม รวมทั้งความเสี่ยงด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยที่ยังไม่มีระบบสวัสดิการที่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานยุคใหม่

นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของ “นวัตกรรมสังคม (Social Innovation)” ที่ประเทศไทยควรเร่งออกแบบ นวัตกรรมสังคมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการสร้างระบบใหม่เพื่อแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบประกันสังคมสำหรับแรงงานแพลตฟอร์ม กองทุนคุ้มครอง Creator ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต การพัฒนาทักษะด้านการเงิน ภาษี และกฎหมาย ตลอดจนการสร้างเครือข่ายวิชาชีพที่ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้มีหลักประกันและมีอำนาจต่อรองมากขึ้น

หากประเทศไทยต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและ Soft Power อย่างจริงจัง เราต้องไม่เพียงสร้าง Creator ที่มีชื่อเสียง แต่ต้องสร้างระบบที่ทำให้พวกเขาเติบโตได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี…

และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะความสำเร็จของประเทศไม่ได้วัดจากจำนวนผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์เท่านั้น หากวัดจากความสามาถรของสังคมในการดูแล “คนสร้างคุณค่า” ให้สามารถสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

การจากไปของฮลุน โซโล่ จึงไม่ควรจบลงเพียงความอาลัย แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง “นวัตกรรมสังคม” เพื่อดูแลแรงงานยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพราะท้ายที่สุดแล้ว การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่การลงทุนในแพลตฟอร์ม แต่คือการลงทุนใน “คน”