วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "ปราชญ์ สามสี" โพสต์แสดงความคิดเห็นกรณีนักวิชาการชื่อดังวิจารณ์การขึ้นทะเบียนมรดกโลก วัดพระมหาธาตุฯ โดยโยงเข้าเรื่องการเมืองและพฤติกรรมของคนนครศรีธรรมราช โดย ระบุข้อความว่า
" ได้เหรอ? นักวิชาการส้มอ้างไม่ยินดีที่วัดมหาธาตุของไทยได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกเหตุเพราะ ชาวนครศรีธรรมราชเป็นสลิ่ม!?
ปราชญ์ สามสี
วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ควรเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราชและประชาชนไทย เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 หลังปูชนียสถานแห่งนี้ดำรงฐานะศูนย์กลางสำคัญของพระพุทธศาสนาและสืบทอดประเพณีท้องถิ่นมายาวนานกว่า 1,500 ปี
ท่ามกลางความยินดีของประชาชน กลับมีข้อความจากนายวรา จันทร์มณี ซึ่งสื่อระบุว่าเป็นที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ โพสต์ว่า
**“ผมเฉย ๆ กับข่าววัดพระธาตุ นคร เป็นมรดกโลก ตราบใดที่คนนครส่วนใหญ่ยังเป็นสลิ่มอยู่ ก็ไม่ได้พัฒนาไปไหน อีกทั้งวัดพระธาตุก็ถูกทำเสียหายไปมาก ของเก่าโดนขโมยไปมาก หากเป็นมรดกโลก แต่ยังมีระบบอุปถัมภ์เต็มเมือง มีอุดมการณ์สลิ่มนิยม เมืองนครก็คงไม่ได้เจริญไปไหน
ในเรื่องมรดกโลก กลุ่มหากินกับกิจกรรมรณรงค์ก็เยอะ ลองตรวจสอบดูสิว่า หลายปีที่ผ่านมาใครได้งบประมาณไปเท่าไหร่ ใครระดมทุนได้เท่าไหร่ เงินไปไหน?
คำถามคือ วัดพระธาตุเป็นมรดกโลกแล้วยังไง? จะมีการกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่อย่างไร ชาวบ้านจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือไม่ หรือเป็นแค่แหล่งตักตวงผลประโยชน์แห่งใหม่ของข้าราชการ นักการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ในพื้นที่”**
การตั้งคำถามเรื่องการอนุรักษ์โบราณสถาน การสูญหายของโบราณวัตถุ หรือระบบอุปถัมภ์ ย่อมกระทำได้ และควรตรวจสอบกันด้วยข้อเท็จจริง แต่การนำปัญหาเหล่านี้ไปผูกกับการเหมารวมประชาชนทั้งจังหวัดว่าเป็น “สลิ่ม” แล้วประกาศว่าไม่รู้สึกยินดีกับความสำเร็จของบ้านเกิด ย่อมไม่ใช่การวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ หากเป็นการดูหมิ่นคนคอนเพียงเพราะเขามีความคิดทางการเมืองต่างจากตนเอง
คำว่า “สลิ่ม” ในบริบทการเมืองไทยมักถูกใช้เป็นคำเหยียดคนที่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายอนุรักษนิยม หรือผู้ที่ยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่การรักชาติ เคารพศาสนา หรือจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ความผิด และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินว่าใครล้าหลัง ไม่มีคุณภาพ หรือไม่คู่ควรกับความเจริญ
คนคอนมีสิทธิเลือก มีสิทธิคิด และมีสิทธิยืนอยู่บนจุดยืนทางการเมืองของตนเองเช่นเดียวกับประชาชนทุกจังหวัด ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องลงคะแนนให้พรรคเดียวกันหรือยอมรับอุดมการณ์เดียวกัน ผู้ที่พูดเรื่องสิทธิเสรีภาพอยู่เสมอจึงควรเคารพเสรีภาพของประชาชนในการคิดต่างด้วย ไม่ใช่เรียกร้องความเท่าเทียมเฉพาะเวลาที่ผู้อื่นเห็นด้วยกับตนเอง
วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ไม่ได้เป็นสมบัติของพรรคการเมืองใด และมิได้เป็นรางวัลของคนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยูเนสโกยอมรับคุณค่าของวัดจากประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม พระพุทธศาสนา ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่แผ่ขยายไปทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การไม่ยินดีกับมรดกของแผ่นดิน เพียงเพราะไม่พอใจแนวคิดทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ จึงสะท้อนความแตกแยกมากกว่าความแตกต่าง และสะท้อนการแบ่งประชาชนออกเป็นคนที่ “คู่ควร” กับคนที่ “ไม่คู่ควร” ตามมาตรฐานทางการเมืองของตนเอง
นายวรามีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจังหวัดและการดูแลโบราณสถาน แต่ไม่มีผู้ใดควรเหมารวมและลดคุณค่าชาวนครศรีธรรมราชทั้งจังหวัดด้วยคำเหยียดทางการเมือง หากต้องการให้
บ้านเมืองก้าวหน้า จุดเริ่มต้นควรเป็นการเคารพศักดิ์ศรีของประชาชน ไม่ใช่ดูถูกประชาชนเพราะเขาเลือกคิดไม่เหมือนตน วันนี้ชาวนครศรีธรรมราชมีสิทธิภาคภูมิใจอย่างเต็มที่ เพราะพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรพบุรุษร่วมกันรักษามาหลายชั่วอายุคน ได้รับการยอมรับในฐานะมรดกของมนุษยชาติแล้ว
คิดต่างกันได้ แต่ไม่มีใครมีสิทธิเหยียดคนคอน เพียงเพราะพวกเขารักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์"








