วันที่ 9 มิ.ย.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ผมมั่นใจว่า คุณแสวง บุญมี ได้ไปต่อ เพราะว่า เป็นกลศึกชนิดหนึ่ง และ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ผมขออธิบายดังนี้
"ทำไมการต่อสัญญาให้ 'แสวง บุญมี' จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมที่สุดในเวลานี้?
ในฐานะที่ติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด ผมมองว่าการปรับเปลี่ยนผู้กุมบังเหียนใน กกต. ช่วงที่ภารกิจสำคัญกำลังเข้มข้น คือความเสี่ยงที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ควรทำตามหลักพิชัยสงคราม ด้วย 5 เหตุผลสำคัญที่มองข้ามไม่ได้:
1.ไม่เปลี่ยนม้ากลางศึก: ภารกิจเรื่องเขากระโดง, ส.ว. และการเลือกตั้ง คือเรื่องใหญ่ที่ซับซ้อน การเปลี่ยนตัวคนทำงานตอนนี้คือความเสี่ยงต่อความต่อเนื่องของงาน
2.รักษาเสถียรภาพบ้านใหญ่: ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเชื่อมโยงในพื้นที่บุรีรัมย์คือกลไกสำคัญ การรักษาสมดุลตรงนี้ไว้ คือการรักษาเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล
3.ความต่อเนื่องของข้อมูล: ท่านแสวงเป็นผู้กุม 'ความลับและความต่อเนื่อง' ของงานสำคัญ หากเปลี่ยนคนใหม่ต้องนับหนึ่งใหม่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการวางยุทธศาสตร์
4.สยบความเคลื่อนไหวด้วยความนิ่ง: การเลือกที่จะนิ่งและต่อสัญญาให้ คือการลดแรงปะทะทางการเมือง ไม่เปิดช่องให้ฝ่ายค้านหรือมือที่สามเข้ามาฉวยโอกาสก่อความวุ่นวาย
5.รักษาขวัญกำลังใจและอำนาจต่อรอง: การปกป้องคนทำงานคือสัญลักษณ์ของผู้นำที่มีบารมี การต่อสัญญาจึงส่งสัญญาณให้เครือข่ายมั่นใจว่าเรายังคุมสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จ
ดังนั้น การเมืองคือเกมของยุทธศาสตร์ ไม่ใช่แค่อารมณ์ความรู้สึกครับ"
และ ที่สำคัญสุดคือ "ในเกมอำนาจและการเมือง... คนเก่งหาไม่ยากครับ แต่คนที่จะยืนเคียงข้าง แบกรับภาระ และพร้อมเป็นโล่กำบังให้เราในวันที่พายุมาต่างหาก คือคนที่เราควรเลือกอยู่ด้วย ยุทธศาสตร์ที่แท้จริงไม่ใช่แค่การเดินไปข้างหน้า แต่คือการมีหลังพิงที่มั่นคงและไว้ใจได้ที่สุด"
ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ต้อง ต่อสัญญา ครับ...








