รองนายกฯ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” ลงพื้นที่บึงกาฬ เปิดศึกฟุตซอล “เพื่อนกันมันส์โนแอล” รุ่น U-18 ดึง 8 สถานศึกษาร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่-แอลกอฮอล์-ยาเสพติด ผลสำรวจ สสส. ชี้ชัด กีฬาช่วยเด็กเลิกพฤติกรรมเสี่ยงสูงถึง 90.5% พร้อมเสริมสร้างวินัยชีวิต
วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ อสุภะอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ BUENGKAN U-18 FUTSAL CHAMPIONSHIP SCHOOL LEAGUE 2026 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน) พร้อมร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ร่วมกับสถานศึกษา 8 แห่ง และภาคีเครือข่ายในพื้นที่
นายทรงศักดิ์ เปิดเผยว่า การสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานรัฐ โดยโครงการนี้ได้นำ “กีฬา” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะชีวิตและสร้างภูมิคุ้มกัน เปลี่ยนสนามกีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เปลี่ยนโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย และดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
“การลงนาม MOU ครั้งนี้ ต้องไม่เป็นเพียงพิธีการ แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งการป้องกัน ให้ความรู้ และจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ขอชื่นชมทั้ง 8 สถานศึกษาที่เป็นต้นแบบ และขอฝากถึงเยาวชนให้รู้เท่าทัน กล้าปฏิเสธ เพราะชัยชนะที่สำคัญที่สุด คือการชนะใจตนเองและเลือกเส้นทางชีวิตที่ดี” รองนายกฯ กล่าว
ด้าน นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเสริมว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนให้มีสุขภาวะและวินัยที่ดี โดยมองว่ากีฬาฟุตซอลในโครงการ “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังสร้างโอกาสให้เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”
ขณะที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ระบุว่า สสส. ได้ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ขยายผลโครงการกีฬาปลอดแอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 จากเริ่มต้น 74 ทีม ปัจจุบันเติบโตขึ้นครอบคลุมมากกว่า 1,190 ทีม ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีนักกีฬารวมกว่า 17,850 คน โดยในจังหวัดบึงกาฬมีทีมเข้าร่วมจำนวน 12 ทีม
นอกจากนี้ ผลการประเมินโครงการเยาวชน 1,144 คน ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน พบข้อมูลน่าสนใจว่า 30.3% (347 คน) เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อนเข้าร่วมโครงการ 90.5% (314 คน) ของกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง สามารถลดหรือเลิกพฤติกรรมเสี่ยงได้จริง หลังเข้าร่วมกิจกรรม 69.6% ระบุว่าตนเองมีระเบียบวินัย มีเป้าหมายชีวิตชัดเจน และใช้เวลาว่างสร้างสรรค์ขึ้น
ด้าน นายฉลอง นพคุณ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ตัวแทนสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ และ นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้จัดการ สคล. ภาคอีสานตอนบน ร่วมเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการใช้แนวทาง Sport for Development เพื่อสร้างระบบนิเวศการดูแลเด็ก เชื่อมโยงครู ผู้ปกครอง และชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมใหม่ให้เยาวชนบึงกาฬห่างไกลปัจจัยเสี่ยงอย่างยั่งยืน
สำหรับสถานศึกษา 8 แห่งที่ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนสถานศึกษาปลอดปัจจัยเสี่ยงในครั้งนี้ ได้แก่
1. วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ
2. โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม
3. โรงเรียนศรีวิไลวิทยา
4. โรงเรียนบุ่งคล้านคร
5. โรงเรียนศรีชมภูวิทยา
6. โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม
7. โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก
8. โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม








