อัพเดต! วัคซีนไทยทยอยทดลองในคน เร่งพัฒนารุ่นใหม่สู้เชื้อกลายพันธุ์
จุฬาฯ เปิดผลพัฒนาวัคซีน mRNA ไทย ผ่านการทดลองในคน 2 เฟส ได้ผลดี ผลข้างเคียงน้อย-ภูมิขึ้นสูง สู้สายพันธุ์เดลต้าได้ คาดเตรียมผลิตธ.ค. /ส่วนบ.ใบยา ก็ทดลองในมนุษย์แล้วและพัฒนาวัคซีนโควิดรุ่นต่อไป โดยปรับเปลี่ยนสูตรให้สามารถกระตุ้นภูมิได้ดีขึ้น ขณะที่วัคซีนพ่นจมูกเตรียมขอขึ้นทะเบียน อย.
วันที่ 29 ก.ย. 2564 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จัดเสวนา THAILAND COVID-19 VACCINE FORUM 2021 สถานการณ์ความก้าวหน้าการพัฒนาวัคซีนไทยสู้โควิด โดยทีมประเทศไทย โดย นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของทีมวิจัยประเทศไทยในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ถือเป็นการรวมตัวพร้อมหน้าพร้อมตาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2563 เป็นเวลา 1 ปีกับ 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากระดมสรรพกำลังร่วมกันทำงาน ซึ่งครั้งนี้มีความก้าวหน้าในการพัฒนาวัคซีนโควิด โดยทีมวิจัยของประเทศไทย
ด้าน นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA ขณะนี้ผ่านด่านกระตุ้นในหนู ซึ่งพบค่าที่สูงหลายหมื่น titer ยิ่งสูงยิ่งป้องกันไวรัสไม่ให้เข้าเซลล์ ในลิงก็ได้ประมาณ 5 พัน titer โดยขณะนี้ได้ทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 และเข้าสู่ระยะที่ 2 แล้ว ขณะเดียวกันระหว่างการทดสอบในอาสาสมัคร ก็ได้เตรียมโรงงานไทย ซึ่งโรงงานที่เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับเราตลอด คือ ไบโอเนท เอเชีย และเพื่อความไม่ประมาท ได้มีการทำคู่ขนาน คือ รุ่น 2 โดยหากรุ่น 1 หากป้องกันข้ามสายพันธุ์ไม่ได้ ก็จะมีรุ่น 2
ทั้งนี้หากวัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มได้สูงก็มีโอกาส ในการป้องกันโรคในการป้องกันป่วยและล้มตายได้จริง จากผลทดสอบในหนูพันธุ์พิเศษที่ใส่โปรตีนให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้นั้น พบว่า หนูที่ฉีดวัคซีนและไม่ฉีดวัคซีน สามารถป้องกันในหนูรับวัคซีนแม้ได้ปริมาณต่ำ ก็สามารถป้องกันการเจ็บป่วย และป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ากระแสเลือดได้ 100% และลดปริมาณเชื้อที่ใส่ในจมูกและปอดลงได้มากกว่า 10 ล้านเท่า หากตามต่อว่า ภูมิที่ขึ้นสูงจะตกเมื่อไหร่นั้น ข้อมูลในลิงตั้งแต่ก.ค.2563 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลไฟเซอร์ กับโมเดอร์นา จะใช้เวลา 8 เดือนขึ้นไป ยิ่งหากเป็นอู่ฮั่นจะเกินปี จริงๆภูมิธรรมชาติต้องตก ไม่ตกจะเรื่องใหญ่ เพราะร่างกายเราเจอสิ่งแปลกปลอมตลอด ต้องสร้างภูมิคุ้มกันตลอด หากเราเจออะไรแล้วสร้างตลอดและไม่หยุด ร่างกาย หรือเลือดเราจะข้นมากและจะเป็นโรค เป็นเส้นเลือดอุดตันได้ แต่ในลิงแม้ตกแล้ว 6 เดือน ภูมิก็ยังสูงอยู่
ส่วนการป้องกันสายพันธุ์ข้ามสายพันธุ์อย่างเดลตา เบตา แกมมา ได้หรือไม่นั้นจากการทดสอบพบว่าป้องกันสายพันธุ์ได้ทุกสายพันธุ์ โดยเดลตา ป้องกันได้ดีมาก ยิ่งโดสสูง แม้ภูมิฯตกก็ยังสูง ป้องกันได้หมด ประเด็นปัญหาคือ วัคซีนกระตุ้นภูมิสูงจะตกช้า ต่ำลงจะตกเร็ว เพราะเราไปเจอเชื้อติดง่ายและป่วยเร็ว คือ เดลตา จึงเป็นประเด็นว่าต้องมีการบูส
นพ.เกียรติ กล่าวอีกว่า ส่วนการวิจัยในอาสาสมัครนั้น ต้องขอขอบคุณทุกท่าน โดยเราเริ่มกลางเดือน มิ.ย.2564 โดยจากการทดลองเฟส 1 / 2 กลุ่มอายุ 18-55 ปี ผลเบื้องต้นจำนวนอาสาสมัครยังน้อย การจะบอกว่าปลอดภัย 100% ยังต้องติดตามโครงการขนาดใหญ่ สำหรับผลเบื้องต้นยังไม่เจอผลข้างเคียงรุนแรง ส่วนเฟส 1 อายุมาก 56-75 ปี นั้นฉีดครบ 2 เข็มแล้ว และอาทิตย์นี้จะครบ 1 อาทิตย์หลังเข็ม 2 ส่วนเฟส 2 อายุ 18-59 ปี ฉีดเข็ม 2 แล้วเช่นกัน ขณะนี้รอหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ว่าจะไปต่ออย่างไร ส่วนไบโอเนท-เอเชียก็พร้อมเริ่มผลิตล็อตวัคซีนได้ คาดว่าจะผลิตได้เร็วสุดช่วงต้นธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าทุกเทคโนโลยีแพลตฟอร์มมีความหมายหมด หากมีครบวงจร มีคุณค่าหมด ต้องอาศัยทุกแพลตฟอร์ม แต่ชนิด mRNA ได้พิสูจน์ในโควิดชัดเจนว่า สปีดเร็วสุด ประสิทธิภาพ ซึ่งการใช้เวลาออกแบบจนทดลอง ได้เร็ว และจะเป็นเทคโนโลยีหนึ่งของอนาคต
ด้าน ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด กล่าวว่า สำหรับวัคซีนใบยาเป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด subunit vaccine ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบในคลินิก ซึ่งเดือน ก.พ. ได้วัคซีนต้นแบบและทดสอบในสัตว์ทดลอง ทั้งความปลอดภัย ความสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และการทดสอบหลังปรับเปลี่ยนสูตรวัคซีนให้อยู่ในอุณหภูมิ 2-8 องศาได้นานอย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นทดสอบความเป็นพิษ และความสามารถกระตุ้นภูมิระยะยาว โดยการทดสอบในลิงผลค่อนข้างดี ส่วนเรื่องการผลิตนั้น ได้มีการออกแบบโรงงานผลิตของใบยา โดยใช้เวลา 10 เดือน ขณะนี้ได้ผลิตรีลิสต์ตัวโปรดักส์ และสัปดาห์นี้วัคซีนได้ทดสอบในมนุษย์กลุ่มแรกแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมาใน 4 คนแรก และวันพรุ่งนี้(30 ก.ย.) จะฉีดกลุ่มที่เหลืออีก
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้พัฒนาวัคซีนโควิดรุ่นหน้า โดยปรับเปลี่ยนสูตรให้สามารถกระตุ้นภูมิได้ดีขึ้น ขณะนี้ทำการทดสอบในสัตว์ทดลอง และจะเข้าการทดสอบมนุษย์เฟส 1 ต่อไป คาดว่าผลของกลุ่มแรก คือ อาสาสมัครกลุ่มอายุ 18-65 ปี จะเป็นผลให้ตัดสินใจว่า จะเอาวัคซีนรุ่นหน้าเข้าทดสอบต่อไปหรือไม่ และเรายังมีอีกทั้ง ตัววัคซีนรุ่นหน้า เรายังมีการผลิตวัคซีนแคนดิเดต เพื่อนำมาทดสอบในสัตว์ทดลอง ว่าจะนำวัคซีนแคนดิเดตตัวไหนมาเข้าทดสอบต่อไป โดยจะเลือกเพื่อนำมาเป็นส่วนผสม เพื่อเปลี่ยนตัวสูตรในการเข้าสู่การทดสอบเฟส 1 คาดว่าไตรมาสที่ 3 ปี 2565 จะเป็นอีกวัคซีนที่นำไปใช้ให้กับคนไทยได้
ทางฝั่ง ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า สวทช.เป็นหนึ่งในทีมไทยแลนด์ที่พัฒนาวัคซีน โดยเราเน้นวัคซีนไวรัลเวกเตอร์เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ไวรัสโควิดติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งวัคซีนจะป้องกันการเกิดโรคที่รุนแรง และจากข้อมูลพบว่าคนฉีดวัคซีนในระดับหนึ่งจะป้องกันการติดเชื้อไม่ได้ ซึ่งคนทำเทคโนโลยีด้านวัคซีนพยายามหาวัคซีนทางเลือกใหม่ ที่ป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย โดยขณะนี้มีเทรนด์เทคโนโลยีที่เรียกว่า การฉีดวัคซีนเข้าทางจมูก เป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันระบบทางเดินหายใจส่วนบนก็คาดหวังว่า แอนติบอดีต่อเยื่อเมือกบริเวณนั้น น่าจะมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นไอเดียที่ทาง สวทช. นำเสนอวัคซีนรูปแบบใหม่ โดยการพัฒนาวัคซีนไวรัลเวกเตอร์ในรูปแบบฉีดพ่นจมูกนั่นเอง
อย่างไรก็ตามการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิดแบบพ่นจมูกชนิด Adenovirus-based เบื้องต้นผลการทดลองในหนูชนิดพิเศษ พบว่า วัคซีนแบบพ่นจมูกเมื่อเปรียบเทียบกับไวรัสแบบฉีดเข้ากล้าม 2 เข็ม จะเห็นว่า วัคซีนแบบฉีดพ่นจมูก มีคุณสมบัติป้องกันได้ดีกว่าไม่ฉีดอะไรเลย โดยฉีดเข้าจมูกป้องกันการติดเชื้อในปอดค่อนข้างดี อีกทั้ง ผลการศึกษาเบื้องต้นกรณีเดลตานั้น การนำส่งไวรัสแบบฉีดพ่นจมูกอาจเป็นอีกทางเลือกในการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่างได้เช่นกัน