อย่าประมาท!! “กรมการแพทย์”คลอดประกาศแนวทางรักษา-กักตัว “ฝีดาษลิง”

คุณภาพชีวิต3 ส.ค. 2565 • 09:56 น.
อย่าประมาท!! “กรมการแพทย์”คลอดประกาศแนวทางรักษา-กักตัว “ฝีดาษลิง”

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อกรณี โรคฝีดาษวานร (Monkeypox) หรือโรค “ฝีดาษลิง” มีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

โรคฝีดาษลิง เป็นโรคที่อาการไม่รุนแรง หายเองได้ แต่จะมีอาการรุนแรงได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและเด็กเล็ก โดยมีอัตราการตายต่ำกว่าร้อยละ 5

ระยะเวลามีอาการของโรคประมาณ 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากโรค "ฝีดาษลิง" เพิ่งมีรายงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรก จึงจำเป็นต้องรับผู้ป่วยไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในทุกราย ระยะฟักตัว 7 - 21 วัน อาการและอาการแสดง ผู้ป่วยมักเริ่มด้วยอาการไข้และผื่น จะเริ่มจากตุ่มแดง ประมาณ 5-7 วันหลังรับเชื้อ และตุ่มจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง และแห้งเป็นสะเก็ด ตุ่มมีจำนวนมากน้อยตามความรุนแรงของโรค และการตอบสนองของผู้ป่วย รวมระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

ให้รับผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อ “ฝีดาษลิง” เป็นผู้ป่วยใน โดยอยู่ในห้องแยกโรคเดี่ยว มีห้องน้ำในตัว ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ จนกว่าจะทราบผล ในกรณีไม่พบเชื้อให้สังเกตอาการ 21 วัน หากมีอาการไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่น ให้ไปพบแพทย์ ส่วนกรณีที่ตรวจพบเชื้อ "ฝีดาษลิง" ให้ Admit ทุกรายในโรงพยาบาล และรักษาในห้องแยกผู้ป่วยโรคติดเชื้อ

สำหรับการรักษา "ฝีดาษลิง" ตามอาการ เป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการของผู้ป่วย เช่น ลดไข้ ลดอาการไม่สบายจากตุ่มหนอง และดูแลไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน การรักษาจำเพาะ ยาต้านไวรัสจำเพาะเป็นยาที่ใช้ในการรักษาอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยในต่างประเทศ ทั้งนี้ ยาที่มีรายงานให้รายผู้ป่วยที่อาการรุนแรง คือ tecovirimat (TPOXX)