คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จับมือ สถาบันพัฒนาเยาวชนโลก (GYDI), บริษัท ธรีซาวด์ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนซัลแทนท์ จำกัด (TSTC), มูลนิธิ ๖๐ ปี ธรรมชัยเพื่อการศึกษาแห่งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์, สถาบัน Bangkok Toastmasters Club และภาคีเครือข่าย เปิดบ้านจัดการประกวดสุนทรพจน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก (Change the World Speech Contest) ครั้งที่ 11 รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้กรอบแนวคิด "เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม สร้างสันติภาพโลก" เพื่อเป็นเวทีระดับประเทศในการส่งเสริมศักยภาพด้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) ให้แก่เยาวชนไทย เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยมีเยาวชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 700 คน
ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษายุคปัจจุบันมิได้มุ่งเน้นเพียงการสร้างผู้เรียนให้มีความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน สอดคล้องกับนโยบาย "เรียนดี มีคุณธรรม" ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและความมั่นคงของชีวิต
"การใช้ภาษาอย่างสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ถ่ายทอดความคิด และสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน การส่งเสริมให้เยาวชนได้ฝึกฝนทักษะการพูด การคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และการสื่อสารอย่างมีคุณภาพ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้พวกเขาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างยั่งยืน" ดร.วริศ กล่าว
ดร.วริศ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะของเยาวชนแล้ว โครงการนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ “ความยั่งยืนทางสังคม” หรือ “Social Sustainability” เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ ค้นคว้าข้อมูล และถ่ายทอดแนวทางที่จะช่วยทำให้สังคมและโลกดีขึ้น ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นกับเยาวชนในสังคม เวทีนี้จึงเปรียบเสมือน “พื้นที่แห่งความหวัง” ที่ช่วยบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตเป็นพลังสร้างสรรค์ของสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการยกระดับการเรียนรู้ผ่านศาสตร์ “Potentialigence” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการศึกษาที่มุ่งเน้นการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานยุคใหม่อย่างแท้จริง ตามแนวทางของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU เพื่อสร้างHuman Potential ที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้
สำหรับผลการแข่งขันในครั้งนี้ นายนภดล เคนประทุม หรือ "น้องต้นไม้" นักศึกษาชั้นปีที่ 4 หลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ DPU ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยการคว้า รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน ระดับอุดมศึกษา มาครองได้สำเร็จ จากการถ่ายทอดสุนทรพจน์ที่เปี่ยมด้วยมุมมองและพลังในการร่วมขับเคลื่อนสังคม
โดย นายนภดล เปิดใจถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า การตัดสินใจลงแข่งในเวทีนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่แตกต่างจากเวทีภาษาจีนทั่วไปที่เคยผ่านมา อีกทั้งยังต้องก้าวผ่านความท้าทายในช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ตนเอง เนื่องจากต้องบริหารจัดการเวลาอย่างหนัก ทั้งการสอบปลายภาค การสอบวัดระดับภาษาจีน (HSK) การเตรียมตัวฝึกงาน และการทำงานประจำไปพร้อมกัน
"ปกติเวทีภาษาจีนทั่วไปจะเน้นหัวข้อเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ไทย-จีน หรือประสบการณ์ส่วนตัว แต่เวที Change the World เป็น Public Speaking ระดับสากลที่ท้าทายให้เราก้าวข้าม Comfort Zone เพื่อใช้ศิลปะการโน้มน้าวใจ เปลี่ยนพลังเล็กๆ ในตัวเราให้สามารถจุดประกายความคิดและสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง" นายนภดล กล่าว
นายนภดล ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดในสุนทรพจน์ว่า หัวใจสำคัญคือการเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสิ่งเล็กๆ บนโลกดิจิทัล ผ่านการไม่สนับสนุน Fake News การหยุด Cyberbullying และการส่งต่อพลังบวกในสังคมออนไลน์ โดยนำทักษะการวิเคราะห์และการพูดโน้มน้าวใจที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ DPU มาประยุกต์ใช้บนเวที
"อย่าคิดว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่เปลี่ยนอะไรไม่ได้ เราแค่เริ่มจากจุดยืนของตัวเอง เช่น การหยุดแชร์เรื่องไม่ดี หรือเลิกคอมเมนต์ด่าคน แค่เราหยุด 1 คน เท่ากับเราได้ตัดสิ่งไม่ดีออกไปแล้ว 1% และถ้าทุกคนช่วยกันตัดออกไปทีละเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายสิ่งที่ไม่ดีก็จะถูกตัดออกไปจนหมดเหลือ 0% และสันติภาพก็จะเกิดขึ้นได้จริงๆ นี่คือหัวใจสำคัญที่ผมต้องการสื่อสารบนเวที" นายนภดล เผย
นอกจากนี้ นายนภดล ยังได้กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จและความประทับใจที่มีต่อคณะศิลปศาสตร์ DPU ว่า "ตลอดทุกความสำเร็จที่ผ่านมา อาจารย์และพี่ๆ เจ้าหน้าที่ในคณะศิลปศาสตร์ DPU คอยเป็นแรงผลักดัน คอยซัพพอร์ต และเชื่อมั่นในตัวผมเสมอ ถ้าไม่มีทุกคนคอยรดน้ำพรวนดินและให้โอกาส ต้นไม้คงไม่สามารถเติบโตและแตกกิ่งก้านสาขาได้ไกลขนาดนี้ เวทีนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า การพูดไม่ได้ทำเพื่อหวังเพียงชื่อเสียงหรือเงินรางวัล แต่คือการพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพในการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้จริงๆ"
ขณะเดียวกัน อาจารย์ ดร.โชติกานต์ จิราลักษณ์สกุล อาจารย์ผู้ฝึกสอนจากหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ DPU ได้กล่าวถึงความรู้สึกและเบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้พาตัวแทนนักศึกษาเข้าร่วมโครงการระดับชาตินี้ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการร่วมกันสร้างเยาวชนให้ก้าวไปเป็นพลเมืองโลกที่มีความคิดดีผ่านการสื่อสารที่มีคุณภาพ
สำหรับกระบวนการเตรียมนักศึกษา อาจารย์ ดร.โชติกานต์ อธิบายว่า การฝึกไม่ได้เริ่มจากการให้ผู้เรียนท่องจำบทสุนทรพจน์ แต่เริ่มจากการชวนกันวิเคราะห์โจทย์ให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ค้นหาตัวอย่างจากชีวิตจริง และเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของผู้พูด เพื่อให้นักศึกษาสื่อสารออกมาจากความเข้าใจและความเชื่อของตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ
"เวทีสุนทรพจน์เพื่อการเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ประชันทักษะทางภาษาเท่านั้น แต่คือสนามฝึกฝนกระบวนการคิดวิเคราะห์ ไหวพริบปฏิภาณ และการถ่ายทอดภาวะผู้นำด้านการสื่อสาร ซึ่งตรงกับเป้าหมายของคณะศิลปศาสตร์ DPU ที่มุ่งบ่มเพาะให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ทางภาษาจีนธุรกิจไปประยุกต์ใช้สร้างคุณค่าเชิงสังคมและประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง"อาจารย์ ดร.โชติกานต์ กล่าวทิ้งท้าย
นอกจากนี้ ผู้ปกครองและเยาวชนผู้เข้าร่วม ยังได้ชื่นชมถึงบรรยากาศของมหาวิทยาลัย ความพร้อมของห้องประชุม ตลอดจนการดูแลด้านเทคโนโลยีและการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยให้ผู้เข้าแข่งขันมีสมาธิและดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่
นายอาคม ขุนทอง จากฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ผู้รับผิดชอบดูแลด้านสถานที่ การประสานงาน และการบริหารจัดการโครงการฯ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (พ.ศ. 2567–2569) ได้กล่าวถึงความภาคภูมิใจว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา การทำงานในโครงการนี้ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการพัฒนาศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ระบบแสง–เสียง การประสานงานกับคณาจารย์ ทีมงาน และนักศึกษา เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแสดงออกของผู้เข้าแข่งขันมากที่สุด
“เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการจัดงานให้สำเร็จ แต่คือการสร้างพื้นที่ให้นักศึกษาได้กล้าคิด กล้าพูด และใช้ทักษะการสื่อสารเพื่อสะท้อนมุมมองและสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม การได้เห็นพัฒนาการของนักศึกษาในแต่ละปี คือความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจสำคัญของคนทำงานเบื้องหลัง” นายอาคม อธิบาย
ความสำเร็จและการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-arts ในการเป็นฐานพลังทางการศึกษา เชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง พร้อมผลักดันเยาวชนให้เป็นผู้นำด้านภาษาและการสื่อสารที่มีคุณธรรม จริยธรรม และพร้อมสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดียิ่งขึ้นตามเจตนารมณ์ของโครงการ








