สานต่อ “KURU KUSA ท้า AI” สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มก. พลิกโฉมวัยเก๋า สกัดคลังปัญญาศาสตร์แห่งแผ่นดิน สู่ผลงานดิจิทัลสุดล้ำใน 48 ชั่วโมง
หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของโครงการ "KURU KUSA ท้า AI: เชื่อมศาสตร์แห่งแผ่นดิน สู่มรดกปัญญาแห่งอนาคต" เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Kasetsart Digital University ทันที ด้วยการจัดกิจกรรม Workshop เข้มข้นระว่างวันที่ 22–23 กรกฎาคม 2569 เปลี่ยนพลังคณาจารย์อาวุโสและบุคลากรวัยเก๋า ให้เป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยมี รศ.ดร.วิโรจ อิ่มพิทักษ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นที่ปรึกษาโครงการ รศ.ดร.อนันต์ ผลเพิ่ม รองอธิการบดีฝ่ายดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ผศ.ดร.อภิรักษ์ จันทร์สร้าง ผู้อำนวยการสำนักบริการคอมพิวเตอร์ พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษา และทีมพี่เลี้ยงด้านไอที เข้าร่วม
วันแรกแห่งการปลดล็อก (22 ก.ค. 69) จากตำราสู่โลก AI
เริ่มต้นวันแรกด้วยการทลายกำแพงเทคโนโลยี ผู้เข้ารับการอบรมได้ทำความรู้จักและเรียนรู้การใช้งานเครื่องมือ AI ระดับโลกอย่าง Gemini และ ChatGPT โดยไฮไลต์สำคัญคือการให้ผู้เข้าอบรมนำ “ตัวต้นเรื่อง” ซึ่งเป็นตำรา เอกสารวิชาการ และประสบการณ์การทำงานจริงที่สั่งสมมานับสิบปี มาทำการสกัดและเรียบเรียงโครงร่างเนื้อหา ร่วมกับ AI เพื่อเตรียมพร้อมสู่การแปรรูปเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
วันที่สองแห่งการทลายขีดจำกัด (23 ก.ค. 69)
อัจฉริยภาพของ NotebookLM และการสร้างผลงานในวันที่สองของการอบรม จุดเน้นย้ายมาที่การฝึกฝนทักษะขั้นสูงผ่าน Gemini Notebook (Google NotebookLM เดิม) ซึ่งเป็นเครื่องมืออัจฉริยะในการจัดการความรู้ ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกเขียนคำสั่ง (Prompt Engineering) เชิงลึกที่มีความละเอียดและซับซ้อน เพื่อสั่งการให้ AI แปรรูปไฟล์ PDF องค์ความรู้จากบ้าน ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ 5 รูปแบบ ได้แก่ Infographic, สไลด์นำเสนอ, วิดีโอสั้น, ผังความคิด (Mind Map) รวมถึงคลังความรู้จำพวกบัตรคำและแบบทดสอบ
ความสำเร็จเหนือข้อจำกัดทางกายภาพ
แม้ว่าผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัยที่มีอุปสรรคทางกายภาพ เช่น สายตาพร่ามัว หรือความไม่คุ้นชินในการพิมพ์ข้อความ แต่ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดของวิทยากรและทีมเจ้าหน้าที่พี่เลี้ยง ที่คอยประคับประคองและจับมือสอนด้วยความอดทน ส่งผลให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และสามารถนำเสนอผลงานจริงบนเวทีในช่วงบ่ายได้อย่างน่าประทับใจ สะท้อนถึงการสร้างคุณค่าในตัวเอง (Self-Esteem) และการชะลอความเสื่อมของสมองผ่านการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ
โครงการ "KURU KUSA ท้า AI" ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเรียนรู้ไอทีอย่างสนุกแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ต่างวัย และเป็นต้นแบบในการเชื่อมศาสตร์แห่งแผ่นดินที่คณาจารย์อาวุโสและผู้ทรงคุณค่าได้สั่งสมไว้ ให้กลายเป็น “มรดกปัญญาแห่งอนาคต” ในรูปแบบดิจิทัลที่คนรุ่นหลังสามารถเข้าถึงและสืบทอดได้อย่างยั่งยืน








