ผศ. ดร. พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “ขยายโอกาสการศึกษา” & “ครัวไทยสู่ครัวโลก” : ฐานเพื่อการบริหาร มสด. ในวันนี้” ความว่า มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมีพัฒนาการที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การปรับตัวต่อบริบท และการใช้จุดแข็งของมหาวิทยาลัยเป็นฐานในการสร้างคุณค่าใหม่อย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาจากแนวคิดสำคัญสองเรื่อง ได้แก่ “การขยายโอกาสการศึกษา” และ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” นับว่าเป็นโครงการหรือกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ที่ได้กลายเป็นต้นแบบทางความคิด วิธีทำงาน และฐานการบริหารที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตมาจนถึงปัจจุบัน
“การขยายโอกาสการศึกษา” จากการเข้าถึง สู่การสร้างระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
แนวคิดเรื่องการขยายโอกาสการศึกษาเริ่มต้นจากความพยายามของมหาวิทยาลัยในการทำให้ประชาชนและบุคลากรในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้มากขึ้น โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้เรียนที่สามารถเดินทางเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยตามรูปแบบปกติเท่านั้น การดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิตกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสถาบันเครือข่ายหลายแห่ง มีการจัดการเรียนการสอนผ่านพื้นที่เครือข่าย และบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นระบบ
สาระสำคัญของการขยายโอกาสนอกจากการเพิ่มจำนวนผู้เรียน คือการสร้าง มาตรฐานการศึกษาเดียวกันในพื้นที่ที่แตกต่างกัน มหาวิทยาลัยต้องปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับมาตรฐานของหน่วยงานกำกับ ยกระดับมาตรฐานครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การขยายโอกาสที่มีคุณภาพต้องดำเนินควบคู่กับการกำกับมาตรฐาน ซึ่งจะต้องไม่ลดทอนคุณภาพทางวิชาการ
การทำงานในลักษณะเครือข่ายยังทำให้มหาวิทยาลัยเรียนรู้ว่า การบริหารการศึกษาในพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้กลไกสั่งการจากส่วนกลางอย่างเดียว การประสานงานคือหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ทั้งในด้านหลักสูตร บุคลากร เทคโนโลยี และการติดตามผู้เรียน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างทีมงานภายในมหาวิทยาลัย สำนักงานกลาง ผู้บริหารพื้นที่ และสถาบันเครือข่าย
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบ ผ่านคุณภาพของผู้เรียนในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาและสำเร็จการศึกษาเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยก็ได้พัฒนาองค์ความรู้ เอกสารวิชาการ ระบบการเรียนออนไลน์ และกลไกติดตามผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ประสบการณ์จากการขยายโอกาสทางการศึกษากลายเป็นฐานสำคัญของการบริหารมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในวันนี้ โดยเฉพาะในเรื่อง การบริหารแบบเครือข่าย การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตรที่ยืดหยุ่น การกระจายโอกาสไปยังพื้นที่ต่าง ๆ และการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน แนวคิดเหล่านี้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ยุคใหม่ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และจากประสบการณ์จริง
แน่นอนว่าการขยายโอกาสการศึกษาได้ทำให้มหาวิทยาลัยเปลี่ยนบทบาทจาก “สถานที่จัดการเรียนการสอน” ไปสู่ “ผู้จัดระบบและเชื่อมโยงโอกาสการเรียนรู้” ซึ่งเป็นฐานคิดสำคัญของการบริหารมหาวิทยาลัยในยุคที่ขอบเขตของการเรียนรู้ไม่ได้ภายใต้กรอบของห้องเรียนหรือพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
“ครัวไทยสู่ครัวโลก” จากความเชี่ยวชาญด้านอาหาร สู่การสร้างคุณค่าระดับนานาชาติ
อีกฐานสำคัญหนึ่งของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตคือโครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ซึ่งเริ่มต้นจากการนำความเชี่ยวชาญด้านอาหารของมหาวิทยาลัยไปเชื่อมโยงกับนโยบายของประเทศในการยกระดับอาหารไทย ส่งเสริมผู้ประกอบการ และสนับสนุนการขยายตัวของร้านอาหารไทยในต่างประเทศ
จุดเริ่มต้นของการดำเนินงานเกิดจากความร่วมมือกับสถาบันอาหาร และต่อมาได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมอาหารไทย การทำงานของมหาวิทยาลัยครอบคลุมตั้งแต่การสอนทำอาหาร การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมพ่อครัวและแม่ครัว การเตรียมความพร้อมด้านภาษา วัฒนธรรม และข้อกำหนดในการทำงานต่างประเทศ ตลอดจนการสร้างมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
โครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” สะท้อนรูปแบบการทำงานที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชนไทยในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม มีเป้าหมายทั้งการเพิ่มจำนวนร้านอาหารไทย
การสร้างมาตรฐานการประกอบอาหาร และการส่งเสริมการส่งออกวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารไทย
การดำเนินงานในประเทศญี่ปุ่น ออสเตรีย เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า การนำองค์ความรู้ไปใช้ในต่างประเทศต้องอาศัยความเข้าใจในบริบทของแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านสถานที่ อุปกรณ์ บุคลากร กฎระเบียบ วัฒนธรรมการบริโภค และรูปแบบการสื่อสาร ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้มหาวิทยาลัยได้เรียนรู้การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความแตกต่างสูง และต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ
สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจาก “ครัวไทยสู่ครัวโลก” คือการเปลี่ยนความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของมหาวิทยาลัยให้เป็น
“ทุนทางปัญญา” และ “ทุนทางยุทธศาสตร์” บนความเชี่ยวชาญด้านอาหารที่เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ที่เริ่มจากการจัดการเรียนการสอน นำไปสู่การสร้างหลักสูตรฝึกอบรม พัฒนาผู้ประกอบการ ส่งเสริมการส่งออก สร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ
รูปแบบการดำเนินงานเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในด้านการบูรณาการข้ามศาสตร์ เพราะการผลักดันอาหารไทยสู่ตลาดโลกต้องใช้ความรู้หลายด้านร่วมกัน ทั้งคหกรรมศาสตร์ ธุรกิจ การตลาด ภาษา การท่องเที่ยว การโรงแรม การสื่อสาร เทคโนโลยีอาหาร และการบริหารจัดการ เงื่อนไขสำคัญของความสำเร็จคือความร่วมมือข้ามหน่วยงาน
ในระยะต่อมา บนฐานความเชี่ยวชาญด้านอาหารของมหาวิทยาลัยได้ขยายไปสู่แนวคิด “Future Food” และการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ครอบคลุมอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารจากพืช นวัตกรรมอาหาร ความยั่งยืน และการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสะท้อนว่า ความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยไม่ติดกับดักหรือหยุดอยู่กับความสำเร็จในอดีต แต่พัฒนาและต่อยอดให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ สังคม และวิทยาศาสตร์ในอนาคต
มหาวิทยาลัยสวนดุสิตในวันนี้เติบโตจากการสะสมบทเรียนและเปลี่ยนบทเรียนให้เป็นความสามารถขององค์กร การขยายโอกาสการศึกษาทำให้มหาวิทยาลัยรู้จักการเข้าถึงผู้เรียนในวงกว้าง ขณะที่ครัวไทยสู่ครัวโลกทำให้มหาวิทยาลัยรู้จักการนำองค์ความรู้ไปสร้างผลกระทบในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ทั้ง “การขยายโอกาสการศึกษา” และ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” แม้ว่าจะเป็นความทรงจำเก่าแต่กลับนำมาสร้าง คุณค่าใหม่ได้อย่างสอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ซึ่งเป็นฐานของวิธีคิดการบริหารมหาวิทยาลัยสวนดุสิต การมองไกล ทำจริง เชื่อมโยงเครือข่าย รักษามาตรฐาน และต่อยอดความเชี่ยวชาญให้เกิดคุณค่าต่อผู้เรียน สังคม และประเทศ ซึ่งยังคงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยพลังและปัญญาของคนสวนดุสิตอย่างแท้จริง








