"ยศชนัน" คุย "เทคโนปทุมวัน" เริ่มต้นเคลียร์ความขัดแย้งข้ามสถาบัน ชู "ปทุมวันโมเดล 3 ป. 1 พ." พร้อมดันเรียนไฮบริดลดเผชิญหน้า-สร้างรายได้ เผยผลสำเร็จยอดผู้เรียนเพิ่มขึ้นเกือบพันคน
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.69 รศ.ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้เข้าพบ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ รายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานของสถาบัน โดยมุ่งเน้นนโยบายเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งข้ามสถาบัน การปรับรูปแบบการเรียนการสอน และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในการหารือครั้งนี้ ได้มีการหยิบยกวาระสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในช่วงวันครบรอบสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งสถาบันฯ ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางของสถาบันฯ พร้อมระบุว่า การประกาศปิดตามวันดังกล่าว (12 กรกฎาคม - 9 สิงหาคม 2569) ถือเป็นมาตรการป้องปรามและป้องกันเหตุร้ายล่วงหน้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักศึกษา โดยไม่ใช่การหนีปัญหาแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ รองนายกฯ และ รมว.อว. ยังได้ชี้แจงเพื่อคลายข้อกังวลในเรื่องผลกระทบต่อการศึกษาว่า จะไม่ทำให้เสียเวลาเรียนแต่อย่างใด เนื่องจากทางสถาบันได้ใช้โมเดลการเรียนแบบออนไลน์ควบคู่กับระบบ "ไฮบริด" (Hybrid) เข้ามาช่วย ซึ่งโมเดลดังกล่าวนอกจากจะเป็นการปรับรูปแบบการสอนแล้ว ยังถือเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่สำคัญเพื่อช่วยลดการเผชิญหน้าและป้องกันความขัดแย้งภายในสถาบันอีกด้วย โดยเน้นการเรียนในภาคปฏิบัติจากสถานที่ทำงานจริง ทำให้ผู้เรียนสามารถ "เรียนไปด้วย และทำงานไปด้วย" ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้เรียนระหว่างศึกษาอีกทางหนึ่ง
จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่ารูปแบบการเรียนการสอนแบบไฮบริดนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและตอบโจทย์ชีวิตจริง จนมีเยาวชนให้ความสนใจเข้ามาเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านตัวเลขยอดนักศึกษาปัจจุบันของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ที่พุ่งสูงถึง 1,800 คน จากเดิมที่มีเพียง 1,100 คน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสร้างรายได้ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะวิชาชีพนั้น กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งในระยะยาว ศ.ดร.ยศชนัน ได้นำเสนอการใช้ยุทธศาสตร์ “ปทุมวันโมเดล” เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ โดยใช้หลักการ “3 ป. 1 พ.” ซึ่งประกอบไปด้วย
ป.1 การป้องกัน : การวางมาตรการล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ
ป.2 การป้องปราม : การเฝ้าระวังและระงับยับยั้งพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง
ป.3 การปราบปราม : การบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด (โดยเน้นใช้กับบุคคลภายนอกที่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย)
พ. การพัฒนา : การยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของเยาวชนเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ทางด้าน รศ.ดร.เสถียร ได้รายงานถึงความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ในประเด็นที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อปวงชน โดยระบุว่า “สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันกำลังเดินหน้าลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเต็มที่ โดยได้รายงานความสำเร็จของ ‘การศึกษาไร้รอยต่อ’ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งขจัดอุปสรรคและเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้ให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาทักษะอาชีพได้อย่างไม่มีสะดุด
นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้เดินหน้า ‘โครงการยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กชายขอบ’ โดยนำเสนอรายงานกิจกรรมที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การเรียนกาญจนบุรี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงกลุ่มเด็กชายขอบเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาของสถาบัน”
การเข้าพบและรายงานผลการดำเนินงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และ กระทรวง อว. ในการบูรณาการความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และผลักดันเยาวชนไทยให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปอย่างยั่งยืน








